18,973,265 ผู้เยี่ยมชม
เมนู
หน้าหลัก

ประวัติวัดสัมพันธวงศ์
พระบูรพาจารย์
ลำดับเจ้าอาวาส
องค์บูรณะปฏิสังขรณ์
เหตุการณ์สำคัญ
วัตถุมงคลในอดีตของวัด
พระมหารัชมังคลาจารย์

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (๑)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (๒)

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสปัจจุบัน
พระพรหมเมธี (จำนงค์)
เจ้าคณะภาค ๔-๕-๖-๗ (ธ)
มูลนิธิสุจิณฺโณอนุสรณ์

กำหนดการทำบุญประจำปี
แผนที่เดินทางมาวัด
ท้องถิ่นเขตสัมพันธวงศ์

ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ/ธรรมะ
ดาวน์โหลด
อัลบั้มภาพ
ติดต่อ
ค้นหา

ปฏิทินกิจกรรม
แผนผังเว็บไซท์

กลุ่มภาพ : เที่ยวชมวัด
เที่ยวชมวัด : ชวนไปไหว้พระ
เที่ยวชมวัด : พระอุโบสถ
เที่ยวชมวัด : พระประธาน
เที่ยวชมวัด : พระกรุวัดเกาะ
เที่ยวชมวัด : หลวงพ่อหิน
เที่ยวชมวัด : พระปรางค์
เที่ยวชมวัด : หลวงปู่แหวน
เที่ยวชมวัด : อื่นๆ
กลุ่มภาพ : ภาพในอดีต
ภาพเก่าในอดีต (ภาพหมู่)
ภาพเก่าในอดีต (หลวงปู่)
พระอุโบสถเก่าและภาพเขียน
ฉลองอายุครบ ๗๕ ปี หลวงปู่
งานฉลองสมณศักดิ์หลวงปู่
วางศิลาฤกษ์พระอุโบสถใหม่
พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่
อายุวัฒนมงคลสมเด็จฯ
อายุวัฒนมงคล ๑๐๐ ปี
อายุวัฒนมงคล ๙๐ ปี
อายุวัฒนมงคล ๙๒ ปี
วัตถุมงคล งาน ๙๒ ปี
อื่นๆ กำลังรวบรวม)
กลุ่มภาพ : หลวงปู่สมเด็จฯ
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๑
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๒
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๓
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๔
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๕
กลุ่มภาพ : ชุดที่ ๖
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดสัมพันธวงศ์กับหลวงปู่ฯ
ประวัดโดยสังเขปหลวงปู่ฯ
ภาพนิทรรศการ
ธรรมโอวาทหลวงปู่แหวน
กรมหลวงพิทักษ์มนตรี(๑)
พระประวัติ (ส่วนของวัด)
พระพุทธรูปประจำพระองค์
พระสัมพันธวงศ์เธอ
พิทักษ์มนตรี/พิทักษ์เทเวศร์
ราชสกุล มนตรีกุล
ราชสกุลสายปฐมบรมราชวงศ์
พระราชวังเดิม
เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์
คลองบางกอกใหญ่
พระโกศทองใหญ่
ลิลิต - วิกิพีเดีย
ลิลิตทักษาพยากรณ์
ประวัติศาสตร์ควรบันทึกไว้
ประชุมพงศาวดาร ฉบับที่ ๘
ประชุมพงศาวดาร ฉบับที่ ๒๖
ประชุมพงศาวดาร ฉบับที่ ๓๓
ประชุมพงศาวดาร ฉบับที่ ๒๕
กรมหลวงพิทักษ์มนตรี(๒)
สิ้นพระชนม์
พระองค์ท่านกับ ร.๔
หม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ
เพลงยาวเล่นว่าความ
เรื่องให้เจ้านายกำกับราชการ
เรื่องเมืองนครจำปาศักดิ์
พิธีลงสรงเจ้าฟ้ามงกุฏฯ
เรื่องบำรุงแบบแลบทลคร
ในหนังสือครอเฟิด
ชาวมอญมาพึ่งพระบารมี
กรมขุนพิทักษ์มนตรี
พระองค์ท่านกับสุนทรภู่
ราชสกุลวงศ์
พระสัมพันธวงศ์เธอ
รายนามพระยศเจ้านายฯ
พระยศเจ้านาย
พระนามเจ้าฟ้าชั้นตรี
เจ้าฟ้าจุ้ยฯ
วินิจฉัยพระยศเจ้านาย
เรื่องตั้งกรมเจ้านาย
ความทรงจำกรมพระยาดำรงฯ
ราชวงศ์ในราชจักรีวงศ์
หอพระนาก
พระจอมปราชญ์
พระราชวังเดิม
สุนทรภู่ (๒)
บุคคลสำคัญด้านนาฏศิลป์
พระนางเธอลักษมีลาวัณ
สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา
ผู้เปลี่ยนคำฝรั่งเป็นคำไทย
หัวข้อแนะนำ
องค์บูรณะปฏิสังขร

การเปลี่ยนนามวัด

สร้างพระอุโบสถหลังใหม่

วัดในสังกัดคณะธรรมยุต

นิทฺเทสกเถระ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ

สมเด็จพระพี่นางเธอฯ

สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ

วางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ

ดูสถิติการเข้าชมเว็บของคุณ
Find us on :



ชวนเพื่อนมาชมเว็บนี้

อีเมล์คุณ:
ส่งถึงเพื่อน:
คัดลอกสำเนา?
ดูกระทู้
 พิมพ์กระทู้
ข้อมูลโดยสรุปของการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน
webmaster
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 23-04-2018 13:36
Super Admin


ข้อความ: 83
เข้าร่วม: 27.04.09

ข้อมูลโดยสรุปของการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน

สื่บเนื่องจากปรากฏในหน้าสื่อมวลชนบางสำนักที่นำเสนอสกู๊ปข่าว โดยมีภาพข่าวบางส่วนปรากฏภาพของวัดและบุคคลในวัดที่ให้สัมภาษณ์เรื่องโรงเรียนพระปรยิัติธรรมของวัดสัมพันธวงศ์ เนื้อหาโดยสรุป คือ "วัดสัมพันธวงศ์ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมอยู่แล้ว และไม่ได้เปิดสอนมาหลายสิบปีแล้ว" เนื้อหาข่าวดังกล่าวนี้ยังมีความคลาดเคลื่ีอนอยู่

ทั้งนี้ จากข่าวที่ปรากฏขึ้นดังกล่าวนั้น ได้ก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยอยู่พอสมควร เนื่องจากเนื้อหาที่ปรากฏในเนื้อข่าวดังกล่าวนั้นรวมทั้งผู้ให้สัมภาษณ์ซึ่งเป็นผู้ทำงานอยู่ที่วัดน่าจะเข้าใจผิดและอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน ทำให้ไปค้นหากลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญ (ม.๑ - ม.๖) ที่ทางวัดไม่ได้จัดมานานแล้ว

ในโอกาสนี้ จึงขอนำภาพเรื่องโครงสร้างการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบันมาให้ชม เพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งต่อสื่อมวลชนต่างๆ ในการที่จะนำเสนอข่าว เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่พุทธศาสนิกชนผู้ยังไม่เข้าใจ และเพื่อให้ผู้นำเสนอข่าวได้เข้าใจ อันจะเป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่ก่อให้เกิดความสับสนต่อไปด้วย เพราะหากจับประเด็นไม่ถูก เนื้อหาข่าวดังกล่าวจะสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้างออกไปกระทบไปยังวัดอื่นๆ ด้วย

ในปัจจุบัน คณะสงฆ์ไทยได้จัดการศึกษาโดยสรุป แยกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายธรรม - บาลี อันเป็นการจัดการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทย และ กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญ (ม.๑ - ม.๖) โดยมีโครงสร้างโดยสรุปดังภาพประกอบด้านล่าง


www.watsamphan.com/web/images/samnakrain2561.jpg
(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่ขึ้น)


การจัดการศึกษาทั้งสองกลุ่ม ถือว่าแยกออกจากกัน โดยกลุ่มแรก คือ

การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี

เป็นการจัดการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทยที่กำหนดให้วัดทุกวัดต้องดำเนินการและสนับสนุน มีรูปแบบการปฏิบัตินับแต่โบราณมา โดยดำเนินการบริหารจัดการผ่านสำนักเรียนต่างๆ ทั้งสำนักเรียนส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร ปรากกในชื่อว่า "สำนักเรียนวัด..." และ "สำนักเรียนคณะเขต..." และสำนักเรียนส่วนภูมิภาค ดำเนินการในชื่อ "สำนักเรียนคณะจังหวัด..." แยกออกจากกันระหว่างสำนักเรียนคณะจังหวัดฝ่ายมหานิกายและฝ่ายธรรมยุต (อนุโลมตามการปกครองของคณะสงฆ์)

สำนักเรียนส่วนกลาง กรุงเทพมหานครไม่ว่าจะเป็นสำนักเรียนวัดหรือสำนักเรียนคณะเขต มีอยู่ประมาณร้อยกว่าสำนักเรียน โดยแต่ละสำนักเรียนจะมีวัดหรือสำนักศาสนศึกษาขึ้นตรงที่สำนักเรียนต้องบริหารจัดการดูแลด้านการศึกษาแตกต่างกันออกไปจำนวนน้อยบ้างมากบ้างไม่เท่ากัน

สำหรับผู้เป็นประธานของสำนักเรียนนั้นๆ หากวัดใดมีสถานะเป็น "สำนักเรียน" เจ้าอาวาสวัดนั้นๆ จะดำรงตำแหน่ง "เจ้าสำนักเรียน" เพื่อบริหารการศึกษาไปด้วย มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการ ตั้งแต่อาจารย์ใหญ่ เลขานุการ ครูสอน เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ เป็นต้น โดยมีเจ้าสำนักเรียนหรือผู้ที่เจ้าสำนักเรียนมอบหมายเป็นประธานบริหาร

หากเป็น "สำนักเรียนคณะเขต" ก็จะมี "เจ้าคณะเขต" นั้นๆ เป็นเจ้าสำนักเรียนไปด้วย บริหารจัดการวัดในเขตต่างๆ ในกรุงเทพมหานครที่ยังไม่ได้ขึ้นตรงต่อ "สำนักเรียนวัด" ดังกล่าวข้างต้น วัดนั้นๆ ก็จะมาอยู่ในกำกับดูแลด้านการศึกษาของคณะเขตที่ตนสังกัดตามการปกครองคณะสงฆ์

สำนักเรียนส่วนภูมิภาค ปรากฏในชื่อ "สำนักเรียนคณะจังหวัด" ที่แยกกันบริหารจัดการอนุโลมตามการปกครองคณะสงฆ์ คือ มีสำนักเรียนคณะจังหวัดฝ่ายมหานิกายและสำนักเรียนคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต บริหารจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ในปกครองของตนภายในเขตปกครองจังหวัดนั้นๆ

สำนักเรียนคณะจังหวัด มี "เจ้าคณะจังหวัด" เป็น "เจ้านักเรียน" (เป็นประธานบริหาร) โดยตำแหน่ง ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการฝ่ายการศึกษาขึ้นมาบริหารจัดการในเขตปกครองของตนเอง มีวัดหรือสำนักศาสนศึกษาในเขตปกครองที่สำนักเรียนต้องดูและจัดการศึกษา

สำนักเรียนคณะจังหวัดจะมีวัดหรือสำนักศาสนศึกษาที่ต้องดูแลเยอะกว่าสำนักเรียนวัดหรือสำนักเรียนคณะเขตในส่วนกลาง เพราะอนุโลมตามการปกครองที่วัดในจังหวัดนั้นๆ จะต้องอยู่ในกำกับดูแลของสำนักเรียนคณะจังหวัดนั้นๆ

ส่วนฝ่ายที่ดูแลการศึกษาอย่างเป็นทางการของการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ตรงนี้ มี ๒ หน่วยงาน คือ

แม่กองบาลีสนามหลวง ที่ดูแลเรื่องการจัดการศึกษา ตั้งแต่ ประโยค ๑ - ๒ ถึง เปรียญธรรม ๙ ประโยค ถือว่า เป็นหน่วยงานของคณะสงฆ์ที่จัดการศึกษาชั้นสูง

แม่กองธรรมสนามหลวง ที่ดูแลจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านนักธรรม (ตรี โท เอก) ให้กับพระภิกษุสามเณรที่บวชเข้ามาจะต้องศึกษา และธรรมศึกษา (ตรี โท เอก) ที่เปิดโอกาสให้ฆราวาสเข้ามาศึกษาด้านพระพุทธศาสนา

ทั้งแผนกธรรมและบาลีจะจัดหลักสูตรเชื่อมประสานกัน และเชื่อมกับการศึกษาชันพื้นฐานสำหรับการศึกษาแห่งชาติสำหรับผู้ยังไม่ผ่าน รวมทั้งเชื่อมต่อกับการศึกษาระดับอุดมศึกษาในแง่ของการเทียบความรู้เพิ่มเติมตามที่เคยปฏิบัตินับแต่โบราณนานมาแล้ว

ลักษณะการจัดการสอนของทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จะเป้นลักษณะจากระดับล่างไปถึงระดับบน คือ จากวัดต่างๆ จัดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของสำนักเรียนที่วัดนั้นๆ สังกัด

การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม - บาลี นี้ จึงถือเป็นการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน โดยดำเนินการผ่านสำนักเรียนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น


กลุ่มที่ ๒ คือ การศึกษาพระปริยัติธรรมสายสามัญ (ม.๑ - ม.๖) เป็นการศึกษาทางเลือกแบบสงเคราะห์ระดับชั้น ม.๑ - ม.๖ ไม่ได้มีอยู่ทุกวัด แต่มีกระจายอยู่และบริหารจัดการเป็นกลุ่มๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ปัจจุบัน การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญมีโรงเรียนกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ แต่ไม่ได้มีทุกวัดและทุกสำนักเรียน เพราะเป็นการจัดการศึกษาทางเลือกแบบสงเคราะห์และสร้างบุคคลากรทางพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาชั้นพื้นฐานของชาติ

โรงเรียนพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญนี้ส่วนมากจะตั้งอยู่ในพื้นที่วัดต่างๆ ที่มีความพร้อมที่จะจัด แต่การบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร งบประมาณ การจัดการต่างๆ ฯลฯ จะแยกส่วนออกมาจากวัด บริหารคนละส่วนกับการบริหารวัด และรับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะจากกลุ่มการศึกษาพระปริยัติแผนกสามัญเข้าสู่โรงเรียนโดยตรง อาจจัดการดูแลโดยวัดใดวัดหนึ่ง ใช้พื้นที่วัดที่ตั้งในการจัดการเรียนการสอน แต่บริหารแยกจากกัน ไม่รวมกัน

โรงเรียนเหล่านี้ เหมือนโรงเรียนประจำสำหรับเด็กชาย ที่เด็กชายในวัยเรียนขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษามาอยู่รวมกัน การบริหารด้านงบประมาณการดูแลการเป็นอยู่นอกเหนือจากงบประมาณรายหัว ที่เป็นการบริหารโรงเรียน จะเป็นการรับบริจาคเป็นสำคัญ

สรุปการศึกษาทั้งสองอย่าง คือ การจัดการศึกษาแผนกธรรม-บาลี และ การจัดการศึกษาฝ่ายสามัญ ทั้งสองอย่างแยกออกจากกัน รับงบประมาณแยกจากกัน

การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี เป็นการจัดการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทย ที่กำหนดให้ทุกวัดต้องดำเนินการ ผ่านการบริหารจัดการกำกับดูแลของสำนักเรียนวัด สำนักเรียนคณะเขต (ส่วนกลาง กทม.) และ สำนักเรียนคณะจังหวัด (ส่วนภูมิภาค)

ส่วนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ เป็นการจัดการศึกษาทางเลือกที่วัดที่มีความพร้อมจัดขึ้น ไม่ได้มีทุกวัดและทุกสำนักเรียน ทั้งไม่ได้กำหนดบังคับให้ต้องมี และแม้วัดหรือสำนักเรียนนั้นๆ จะจัดฝ่ายสามัญนี้ขึ้นมา ก็แยกบริหารจัดการแยกออกมาเป็นการเฉพาะผ่านโรงเรียนพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญ ไม่รวมการบริหารกับวัดหรือสำนักเรียนนั้นๆ

สำหรับ "วัดสัมพันธวงศ์" ในปัจจุบันนั้น มีการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายธรรม-บาลี อันเป็นการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทยเป็นสำคัญ โดยมีสถานะเป็น "สำนักเรียนวัดสัมพันธวงศ์" ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยกว่าสำนักเรียนของสำนักเรียนส่วนกลาง นอกจากจะดูแลเรื่องการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมด้านบาลี - นักธรรม - ธรรมศึกษา ภายในแล้ว ยังมีวัดที่ต้องกำกับดูแลด้านการศึกษาในฐานะสำนักเรียนอีก ๔ วัดด้วยกัน

ส่วนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายสามัญ (ม.๑ - ม.๖) ที่ปรากฏมีบุคคลที่ทำงานในวัดให้สัมภาษณ์ออกไปนั้น รวมทั้งข้อมูลที่สื่อมวลชนบางสำนักได้มาถ่ายทำอาคารเก่าที่เคยเปิดทำการสอนนั้น ทางวัดได้ยกเลิกไปนานแล้ว ตอนนี้ ทางวัดจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมฝ่ายธรรม-บาลี อันเป็นการศึกษาหลักของคณะสงฆ์ไทยและมีสถานะเป็นสำนักเรียนที่ดูแลวัดในสังกัดอีก ๔ วัดเป็นสำคัญ


webmaster
๒๓ เมษายน ๒๕๖๑

แก้ไขโดย webmaster เมื่อ 23-04-2018 21:28
 
ไปยังฟอรั่ม: