บันทึกจากคำปรารภ
ทบทวนความจำเกี่ยวกับพระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง
ของ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรมหาเถร)
จากหนังสืออนุสรณ์
ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๐

 

          ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรมหาเถร) มีความศรัทธายิ่งในพระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ถือเป็นศิษย์ของหลวงปู่แหวนรูปหนึ่ง เพราะความสนใจในวัตรปฏิบัติแบบพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นที่มีมาแต่เดิม เมื่อมีเวลาว่างจากศาสนกิจเมื่อใด ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะเดินทางไปกราบรับคำสอนของหลวงปู่แหวนที่วัดดอยแม่ปั๋งเป็นประจำ บันทึกประวัติและคำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ฉบับที่วัดสัมพันธวงศ์จัดพิมพ์ เป็นการบันทึกของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ร่วมกับคณะพระสงฆ์จากวัดสัมพันธวงศ์หลายรูป เช่น พระเดชพระคุณ พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินทโว) ท่านพระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร) เพื่อให้ผู้สนใจนำไปประพฤติปฏิบัติ

          ในโอกาสนี้ จึงขอนำบันทึกคำปรารภของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต) และกรรมการมหาเถรสมาคม) จากหนังสืออนุสรณ์ ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๐ จัดพิมพ์โดยมูลนิธิสุจิณโณอนุสรณ์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบเป็นมาและร่วมอนุโมทนา ดังนี้

          ทบทวนความจำ - แนะนำพระคุณหลวงปู่

          นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๙ นี้นับได้เป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ที่คณะวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้มีความสัมพันธ์ติดต่อเกี่ยวเนื่องกันกับวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ โดยลำดับมาทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นพระเถระฝ่ายวิปัสสนาสมถกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถร เป็นครุฐานิยปูชารหวุฒิบุคคลที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชน ทุกเพศทุกวัยทั่วไปทั้งชาวไร่ชาวนา ชาวป่า ชาวเขา จนถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ทั่วทุกถิ่นฐานในประเทศบ้านเมืองไทย ขยายออกไปถึงต่างประเทศ มีเหตุมหัศจรรย์หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน ที่ข้าพเจ้าไประสบพบเห็นมาด้วยตนเองก็มี ที่คนอื่น ๆ ที่ได้ประสบพบเห็นมาด้วยตนเองแล้วเล่าให้ฟังก็มี เพื่อเป็นการเชิดชูประกาศเกียรติคุณอันสูงส่งของพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน ในปัจฉิมวารกาลสุดท้ายนี้ จะขอเล่าประสบการณ์เท่าที่เวลาและหน้ากระดาษจะอำนวยให้ดังต่อไปนี้


พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) และ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว)
กับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่


พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)
ถ่ายร่วมกับพระสงฆ์และญาติโยมจากวัดสัมพันธวงศ์ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง


พระครูธรรมคุณาลังการ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
เมื่อครั้งยังเป็นพระนาค อตฺถวโร (ซ้ายสุด)
และพระครูโอภาสสมาจาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
เมื่อครั้งยังเป็นพระอบ กาญฺจโน (ขวาสุด)
ขณะดูแลหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

          ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ พระครูวิมลญาณอุดม (ขณะนั้นเป็นพระครูวินัยธร ชินเทพ ชินเทโว ฐานานุกรมของข้าพเจ้า) ขึ้นไปจำพรรษาอยู่วัดดอยแม่ปั๋งกับหลวงปู่ มีความเลื่อมใสศรัทธาในหลวงปู่มาก กลับลงมาแล้ว ปรารภจะอาศัยบารมีหลวงปู่สร้างพระประธานประจำพระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งกำลังก่อสร้าง พร้อมกันนั้นก็จะสร้างพระพุทธรูปบูชาและวัตถุมงคล คือ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ ชาวคณะวัดสัมพันธวงศ์ มีพระวิบูลธรรมาภรณ์ (ขณะนั้นเป็นพระครูปลัดจำนงค์ ธมฺมจารี) ได้ร่วมเดินทางไปกับพระครูวิมลญาณอุดม มีภิกษุ ๓ รูป ฆราวาส ๑๒ คน เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่แหวนเป็นคณะแรกของวัดสัมพันธวงศ์ เมื่อคณะธรรมจาริก ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่แล้ว ได้นำเรื่องราวของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ และปฏิปทามารายงานให้ข้าพเจ้าทราบ

          ต่อมา ข้าพเจ้าและคณะจึงได้เดินทางขึ้นไปราบนมัสการหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์เป็นครั้งแรก และปฎิบัติติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นี้เป็นกรณีเริ่มต้นส่งเสริมให้เกียรติคุณชื่อเสียงของหลวงปู่ฟุ้งเฟื่องขจรไปทั่วทุกสารทิศ

          ในครั้งที่ข้าพเจ้าเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่ใกล้ ๆ มีผู้กราบเรียนท่านให้ทราบว่า “นี่ เจ้าคุณพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ” หลวงปู่ก้มลงมากระซิบที่หูของข้าพเจ้าว่า “อยู่ที่กุฎิที่อยู่เดี่ยวนี้นั้นดีแล้ว อย่าย้ายไปอยู่กุฏิอดีตเจ้าอาวาส อย่าไปโยกย้ายแตะต้องสิ่งของอะไรของท่านในที่นั้น เขายังหวงแหนอยู่” นี้เป็นโอวาทครั้งแรกที่หลวงปู่แนะนำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ถือปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้

          เรื่องเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ไม่มีใครเล่าให้หลวงปู่ฟัง แต่หลวงปู่หยั่งทราบเหตุการณ์ด้วยญาณวิถี หยั่งรู่ความเป็นไปของวัดสัมพันธวงศ์ว่า ในยุคที่ข้าพเจ้ามาอยู่ที่วัดสัมพันวงศ์นั้นจะได้เป็นเจ้าอาวาส มีอดีตเจ้าอาวาสสมภารเจ้าวัดล่วงลับไปแล้ว ๒ รูป ข้าพเจ้าเป็นรูปปัจจุบัน ตามธรรมเนียม เมื่อเจ้าอาวาสรูปก่อนล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมาจะต้องโยกย้ายขยับขยายไปอยู่กุฎิอดีตเจ้าอาวาสโดยมาก และมักจะมีปัญหาถ้าบุญวาสนาบารมีไม่คู่ควร ไม่ตาย ก็สึกหาลาเพศ หรือมีเหตุอื่น ๆ คำแนะนำหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์เป็นศุภนิมิตอันดีทำให้ข้าพเจ้าไม่ปัญหา มีความสุขสวัสดีตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

          บางครั้งบางคราวเวลาข้าพเจ้าไปค้างคืนที่วัดดอยแม่ปั๋ง เวลากลางคืนไปกราบนมัสการหลวงปู่ ท่านเล่าเรื่องอดีตเกี่ยวกับสถานที่บ้าง เกี่ยวกับตัวท่านคนอื่นบ้างให้ฟัง เช่นเรื่องที่ท่านเคยเดินไปเรียนมูลเดิมอยู่ที่วัดบ้านสร้างถ่อนอก-บ้านสร้างถ่อใน อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และเล่าถึงประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดอุดรธานี ขณะที่ยังครองฆราวาสเย้าเรือนเกิดมีปัญหาในการครองเรือนจนออกบวช ตลอดถึงหมู่บ้านในแถบนั้นท่านจำชื่อและหนทางไปมาติดต่อกันได้ เป็นต้น

          ข้าพเจ้าเองเป็นคนที่เกิดในภูมิลำเนาที่นั้นยังจำไมได้ถูกต้องเหมือนท่าน และยังไม่เคยไปยังหมู่บ้านแถบนั้นบางหมู่บ้านเลย ข้าพเจ้าสงสัยว่า ทำไมจึงทำให้หลวงปู่รู้ภูมิประเทศ เหตุการณ์และอะไร ๆ แถวนั้นได้ดี เพราะไม่ใช่ถิ่นกำเนิดของท่าน

          เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ซึ่งเป็นหลวงปู่ของข้าพเจ้าจริงๆ ท่านจึงเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่แหวน ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรน้อย ได้ไปกับพระอาจารย์อ้วนจากจังหวัดเลย ซึ่งเป็นชาติภูมิของท่าน ได้ศึกษาเล่าเรียนมูลเดิมอยู่ที่วัดบ้านสร้างถ่อนอก-สร้างถ่อใน และได้บวชเป็นพระอยู่ที่นั้น มีโยมอุปัฏฐากอุปถัมภ์อยู่ที่นั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มี อันนี้เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าริเริ่มสืบสาวราวเรื่อง เขียนประวัติหลวงปู่ขึ้นเป็นครั้งแรก และต่อมาพระนาค อตถวโร วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ขึ้นไปจำพรรษาอยู่วัดดอยแม่ปั๋ง ได้ค้นคว้าสืบสาวราวเรื่องจากศิษยานุศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่ และจากปากคำของผู้ที่เคยเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่ แล้วบันทึกเรียบเรียงขึ้น เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ซึ่งทางวัดสัมพันธวงศ์ได้จัดพิมพ์ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๕

          เมตตาบารมีหลวงปู่

          บางคราว หลวงปู่ก็เล่าถึงการเดินธุดงค์กรรมฐานไปบำเพ็ญเพียรในสถานที่ต่าง ๆ ได้ประสบพบเห็นเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดีจากพวกมนุษย์และอมนุษย์ เล่าถึงปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน แม้หลวงปูจะเป็นพระโบราณความรู้น้อย อธิบายธรรมะเฉพาะปฏิปทาที่ท่านได้ปฏิบัติดำเนินเป็นผลสำเร็จมา ข้อว่า ธัมโม ธัมเมา เป็นส่วนมากก็จริง แต่ถ้ามีผู้ฟังสนใจในการปฏิบัติจริง ๆ เรื่องจิตใจ หลวงปู่จะอธิบายให้ผู้ฟังผู้ถามได้ตลอดทั้งคืน และแนะนำเรื่องวัตถุมงคลว่าเป็นของภายนอก ไม่ใช่แก่นแท้ของพระศาสนาเป็นเพียงนาวาอาศัยข้ามฟาก ได้เน้นหนักในการประพฤติปฏิบัติเป็นหลักสำคัญ

          หลวงปู่มีคุณธรรมสูงส่งโดยเฉพาะพรหมวิหารธรรม มีเมตตากรุณาแก่ผู้ประสบทุกข์ได้รับความเดือนร้อนจากเหตุการณ์ต่างๆ

          คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศ์ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่เป็นกรณีพิเศษ โดยสงเคราะห์อนุเคราะห์ให้วัดสัมพันธวงศ์ และสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นประธานดำเนินการสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่หลายแบบ เพื่อหาทุนสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาตามวัดวาอารามต่างๆ หรับวัดสัมพันธวงศ์ เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถกับปรับปรุงเสนาสนะในวัดและบริเวณวัด

          โดยเฉพาะตัวข้าพเจ้าเอง คราวหนึ่งถึงวันกำหนดบำเพ็ญกุศลถวายในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่ ข้าพเจ้าอาพาธเป็นทั้งไข้ ท้องเสีย ทั้งถ่ายทั้งปวด นึกว่า คงไปไม่ได้คราวนี้ เมื่อตั้งใจอธิษฐาน แล้วออกเดินทางไป ทุกอย่างหายเป็นปกติ และทุกครั้งที่ข้าพเจ้าขึ้นไปกราบนมัสการหลวงปู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง พอรถเข้าถึงบริเวณวัด แม้จะเป็นเวลาที่หลวงปู่เข้าพักผ่อนอยู่ภายในกุฎีเพียงรูปเดียว ท่านก็ออกมานั่งเก้าอี้พิงหน้ากุฎี ซึ่งมีคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนคอยรอเข้าเฝ้ากราบไหว้อยู่หน้ากุฎีและที่อื่นๆ เมื่อเห็นหลวงปู่ออกมาก็บอกกันต่อๆ ไป ให้รีบออกมากราบนมัสการหลวงปู่ และข้าพเจ้าก็ต้องรีบไปกราบนมัสการหลวงปู่ ก่อนจะไปพบพระอาจารย์หนู เจ้าอาวาส และไปที่พักต่อไป

          แม้หลวงปู่จะเป็นพระป่าพระดอย ไม่เคยเข้าวังหรือพระที่นั่งในเมืองหลวง และที่ไหนๆ แต่มีจิตใจประกอบด้วยเมตตาอย่างสูงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถวายมงคลนามแบบโบราณชาวบ้านแด่พระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ว่า "เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวง" ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวร ถ้าตรงกับเวลาที่พวกเราไปจากกรุงเทพฯ เข้ากราบนมัสการ หลวงปู่จะพูดปรารภขึ้นว่า "ได้ทราบว่า เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวง ทรงพระประชวรไม่สบาย เป็นเพราะทรงงานมาก ทรงเป็นห่วงพสกนิกรจะทุกข์ยาก ผู้เฒ่าก็ช่วยแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวงหายโดยเร็ว หากได้ทรงพักผ่อนแล้วจะสุขสบายเป็นปกติ" ซึ่งเป็นคำพูดที่ซาบซึ้งจิตใจอย่างยิ่ง

          วัตถุมงคลที่ดังที่สุด

          วัตถุมงคลรูปเหมือนหลวงปู่ มีผู้ขออนุญาตสร้างหลายราย หลายรุ่น หลายขนาด มีทั้งของหลวงและของราษฎร์ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ กัน ทั้งในศาสนจักรและราชอาณาจักร


เหรียญเราสู้ พ.ศ. ๒๕๒๐

           โดยมากวัดสัมพันธวงศ์และสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นผู้ดำเนินการ มีเจ้าคุณวิบูลธรรมาภรณ์ (จำนงค์) และพระครูปลัดเมธาวัฒน์ (ชินเทพ) เป็นผู้ออกแบบดำเนินการรับผิดชอบ จนเสร็จกระบวนพิธีการทุกอย่าง

          วัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ที่ดังที่สุด คือ เหรียญ "เราสู้" เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่สงบกระทบกระทั่งกัน เกิดขึ้นทางด้านชายแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา (เขมร) ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ มีทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เป็นจำนวนมาก ไปขอพึ่งพาอาศัยบารมีหลวงปู่ อยากได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหลวงปู่ไว้คุ้มครองป้องกันตัว และเป็นสิริมงคล ทางวัดดอยแม่ปั๋งขาดปัจจัย ทั้งพ้นวิสัยที่จะจัดให้ทั่วถึงได้ พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง พระครูวิบูลย์ศีลวงศ์ (จำนงค์ ธมฺมจารี) และนายบุญมา พึ่งทอง นายกสมาคมสัมพันธวงศ์ในสมัยนั้น ร่วมกับวัดสัมพันธวงศ์ ตกลงขออนุญาตหลวงปู่สร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ขึ้นจำนวนหนึ่ง เพื่อแจกจ่ายแก่ทหาร ตำรวจ และพ่อค้าประชาชน ตลอดถึงผู้ร่วมออกทุนสร้าง โดยอ้างเหตุผลและความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศชาติบ้านเมือง หลวงปู่ไม่ขัดข้องยินดีอนุญาตให้ดำเนินการได้

          คณะกรรมการจึงได้มอบให้เป็นภาระของพระครูวิบูลสีลวงศ์ เป็นผู้ออกแบบจัดสร้างเหรียญ และให้พระครูปลัดเมธาวัฒน์ ควบคุมการจัดพิมพ์ มอบให้อาจารย์ปลั่ง ชื่นกลิ่นธูป เป็นเจ้าพิธีการ เชิญ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ผู้ศรัทธาในหลวงปู่แหวน เป็นประธานฝ่ายฆราวาสประกอบพิธีแผ่เมตตาเหรียญแบบเราสู้

          กระทำพิธีแผ่เมตตาอธิษฐานจิตที่ วิหารวัดดอยแม่ปั๋ง วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ นิมนต์พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน ลงมานั่งแผ่เมตตาตั้งแต่เริ่มพิธีพระเจริญพระพุทธมนต์จนจบ หลวงออกจากสมาธินั่งปรกแล้ว ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้โดยทั่วตลอดทั้งประชาชนผู้เข้าเริ่มพิธี เสร็จแล้วก็มีการแจกให้คณะต่างๆ ที่ไปร่วมพิธี มีนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่เชิญไปร่วมพิธี ได้รับแจกไปทั้งเหรียญและรูปเหมือนหลวงปู่

          ขณะนั้น กำลังมีการปะทะต่อสู้กันทางชายแดนไทยด้านอรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี นักข่าวและทหารที่ได้รับเหรียญเราสู้ไปเวลานั้น ได้ต่อสู้ผจญภัยในสนามรบอย่างโชกโชนตลอดคืน และปลอดภัยรอดตายมาได้ทุกคน เพราะมีเหรียญเราสู้ประจำตัวอยู่ทุกคน จึงทำให้เหรียญเราสู้โด่งดังไปทั่วทุกหนทุกแห่ง มีประชาชนทุกเพศทุกวัยอยากได้ พากันหลั่งไหลมาขอที่วัดสัมพันธวงศ์บ้าง ที่วัดดอยแม่ปั๋งบ้าง จนเหรียญไม่พอแจกให้แก่ผู้ต้องการอยากได้


หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เมตตาอธิษฐานจิตและประพรมน้ำพระพุทธมนต์
ในพิธีเสริมพลังอิทธิฤทธิ์เหรียญ “เราสู้”


คณะกรรมการจัดสร้างเหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
เข้าถวายเหรียญรุ่นเราสู้ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรมหาเถร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
เข้าถวายเหรียญรุ่นเราสู้ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
เพื่อพระราชทานตามพระราชอัธยาศรัย


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรมหาเถร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
เยี่ยมและมอบวัตถุมงคลหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ แก่ตำรวจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบในขณะนั้น

          จำนวนเหรียญ "เราสู้" ที่สร้าง
          - เหรียญโลหะรมดำ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญ
          - เหรียญทองคำ จำนวน ๑๐๑ เหรียญ
          - เหรียญเงิน จำนวน ๑๙๐ เหรียญ

          ได้แจกแบ่งเหรียญ "เราสู้" ไป ดังนี้
          ๑. ทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๒๒,๕๒๐ เหรียญ และเหรียญทองคำอีกจำนวน ๙ เหรียญ
          ๒. มอบให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ จำนวน ๓๐,๐๐๐ เหรียญ
          ๓. มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายสมัคร สุนทรเวช) จำนวน ๒๐,๐๐๐ เหรียญ
          ๔. มอบให้อธิบดีกรมตำรวจ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ
          ๕. มอบให้ผู้บัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน จำนวน ๑๑,๐๐๐ เหรียญ
          ๖. นอกจากนี้ ก็แบ่งถวายวัดต่างๆ และผู้มีอุปการคุณในการช่วยออกทุนสร้าง ตามที่แสดงความจำนงไว้อีกจำนวนหนึ่ง

          มีเหตุการณ์ที่ควรบันทึกไว้ในที่นี้เกี่ยวกับเรื่องเหรียญ "เราสู้" คือ จำนวนที่มอบให้นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ท่านสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ที่ห้องพระนาค กระทรวงมหาดไทย มีนักเลงดังหัวแหลม เอาเหรียญปลอมมาแทรกเข้าไว้ในถุงเหรียญเราสู้ ซึ่งบรรจุถุงละ ๑๐๐ เหรียญ ยักเอาเหรียญแท้ออกไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีอยู่หลายถุงด้วยกัน ท่านรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช สมัยนั้นเอาไปแจก เกิดมีคนที่ได้รับแจกไปทักว่า เหรียญปลอม ท่านรัฐมนตรีสมัครสงสัยไม่แน่ใจ จึงมาขอดูแม่พิมพ์เหรียญเราสู้ที่แท้จริง ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่วัดสัมพันธวงศ์ เมื่อท่านดูแล้วจึงรู้ว่าอะไรแท้อะไรปลอม ได้ร้องออกมาว่า เออ ไม่น่าเชื่อ มาเฟียกระทรวงมหาดไทยก็มีเหมือนกัน

          อัจฉริยาภาพหลวงปู่

          หลวงปู่มีบุญญาธิการอภินิหาร ดลบันดาลอิฏฐผลแก่พุทธศาสนิกชนผู้เคารพนับถือในลักษณะการต่างๆ กัน ผู้ประสบภัยพิบัติหรือได้รับความเดือดร้อนในกรณีต่างๆ กัน เมื่อตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีหลวงปู่เป็นที่พึ่ง คุ้มครองป้องกันหรือสงเคราะห์ช่วยเหลือ ก็เป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับผลสำเร็จดังที่ตนมุ่งมาดปรารถนา ถ้าเป็นผู้มีศรัทธาเชื่อมั่นจริงๆ

          ดังผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่ง ได้ประสบมาด้วยตนเอง คราววันงานวิสาขะรำลึก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖

          คณะดำเนินงานได้อัญเชิญรูปหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ มาประดิษฐานที่กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชา และมีประชาชนทุกเพศทุกวัย ทั้งในกรุงและหัวเมืองได้มากราบไหว้บูชาคารวะหุ่นขี้ผึ้ง เป็นจำนวนมากเป็นที่น่าอัศจรรย์


ท่านเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) วัดราชบพิธฯ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๘
เสด็จทอดพระเนตรหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ณ ตึกมงคลวิทยา วัดสัมพันธวงศ์


รูปหุ่นขี้ผึ้งของ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
นายแพทย์เฉลิม จันทรางสุข เป็นเจ้าภาพจัดสร้าง
จ้างสถาบันมาดามทรูโซ ประเทศอังกฤษ เป็นผู้ปั้น
นำมาประดิษฐานครั้งแรกที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๒


หุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นหุ่นแรกของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
เป็นหุ่นพระสงฆ์หุ่นแรกของโลกและหุ่นแรกของประเทศไทย
รวมทั้งเป็นหุ่นแรกของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทูสโสด์
ในฐานะที่เป็นรูปหุ่นขี้ผึ้งของพระสงฆ์พระพุทธศาสนา


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
อัญเชิญหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เพื่อนำไปถวายแก่วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
อัญเชิญหุ่นขึ้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ลงจากเครื่องบิน เพื่อไปทำพิธีถวายต่อวัดดอยแม่ปั๋ง
วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
อัญเชิญหุ่นขึ้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ไปทำพิธีถวายต่อวัดดอยแม่ปั๋ง
วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

          สุภาพสตรีที่กล่าวถึง เป็นคนหนึ่งในจำนวนคนเหล่านั้น ได้ขอพึ่งบารมีหลวงปู่ให้ช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน ซึ่งมีอยู่ประมาณหมื่นบาท เธอได้ประสบผลสำเร็จตามความตั้งใจ และได้ไปกราบสมัสการรูปหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ ขณะที่ประดิษฐานอยู่ที่ตึกมงคลวิทยา (หอไตร) วัดสัมพันธวงศ์ ก่อนที่จะอัญเชิญกลับวัดดอยแม่ปั๋ง เป็นทำนองแก้บน ข้าพเจ้าได้สอบถาม เธอได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังพร้อมกับแสดงเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ ที่ได้รับแจกไปให้ดู และตั้งใจจะปิดทองถวายท่านด้วย

          บางคนเดินทางด้วยรถยนต์ รถคล่ำลงข้างถนนกลิ้งไปหลายตลบ มีชีวิตรอดมาได้ไม่เป็นอันตรายเพราะมีเหรียญหลวงปู่ติดตัว บางคนมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาล เป็นคดีโทษหนักจะติดคุกติดตะรางตลอดชีวิต แต่อิทธาภินิหารหลวงปู่บันดาลให้หลุดพ้นไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ และยังมีเรื่องร่างๆ อีกมากมายซึ่งไม่สามารถจะนำมาบรรยายได้หมดสิ้นในคราวนี้ได้


หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ขณะตั้งประดิษฐานอยู่ที่สนามบินดอนเมือง

          อาคารสุจิณฺโณ

          เนื่องจากหลวงปู่มีอายุพรรษาย่างเข้าชราภาพแล้ว คณะศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ มีอาตมาภาพเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ตลอดคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนผู้มีความเคารพนับถือในหลวงปู่ ได้ปรารภกันว่าน่าจะได้จัดหาทุนสร้างอนุสรณ์สถานถวายหลวงปู่ เป็นสาธารณประโยชน์ สำหรับประชาชนทั่วไป ในฐานะที่หลวงปู่เป็นปูชนียบุคคล ของมวลชนทุกหมู่เหล่าทุกเผ่าพันธุ์ ได้ตกลงกันว่า จะสร้างตึกพยาบาลให้โรงพยาบาลเชียงใหม่ โดยขอสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน คิดกันว่าจะหาทุนให้ได้สัก ๓๐ ล้านบาท เป็นค่าสร้างอาคารเสียประมาณ ๒๐ ล้านบาท เหลือจากนั้น ตั้งเป็นมูลนิธิในนามของหลวงปู่ สำหรับตึกพยาบาลนั้น


อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ วาสนมหาเถระ วัดราชบพิธฯ
สมเด็จพระสังฆราช ประพรมน้ำพระพุทธมนต์
ในพิธีเริ่มก่อสร้างอาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต พร้อมท่านนายกรัฐมนตรี
ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑


พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ผู้เป็นศิษย์
ขณะเข็นรถนำหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ชมอาคารสุจิณฺโณ
ที่จัดสร้างในคราวฉลองอายุวัฒนมงคล ๙๖ ปี ของหลวงปู่


พระธรรมบัณฑิต (เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ องค์กลาง
พระครูปลัดเมธาวัฒน์ (ครูวิมลญาณอุดม ชินเทพ ชินเทโว) ซ้าย
และ พระครูวิบูลสีลวงศ์ (พระพรหมเมธี จำนงค์ ธมฺมจารี) ขวา
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดสร้างอาคารสุจิณฺโณ
ณ ห้องประชุมตึกมงคลวิทยา วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ


พระครูธรรมคุณาลังการ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (เมื่อครั้งยังเป็นนาค อตฺถวโร)
แถวยืนองค์แรกจากซ้าย
ภาพนี้ บันทึกขณะดูแลหลวงปู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่


บันทึกลายมือของท่านพระครูธรรมคุณาลังการ หลังภาพด้านบน

          โดยคณะกรรมการดำเนินงานเสนอเรื่องนี้ ไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เขาตอบมาว่าไม่มีสถานที่จะจัดสร้าง แต่ทางคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีโครงการที่จะสร้างตึกพยาบาลหลังหนึ่ง ตั้งงบประมาณไว้ ๘๐ ล้านบาท ถ้าทางคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่ จะร่วมทุนแล้วสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันก็ยินดีต้อนรับ จึงตกลงร่วมกัน โดย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ปวารณาต่อหลวงปู่รับจัดสรรงบประมาณภาครัฐบาลร่วมจัดสร้าง ทางเราเพียงแต่ขอชื่อตึกเป็นฉายาหลวงปู่แหวน จึงได้ร่วมมือกันจัดดำเนินการจัดหาทุน ทั้งทางกรุงเทพฯ-ทางเชียงใหม่-ทางรัฐบาล และประชาชนโดยทั่วไป

          ประมาณกันว่า สักร้อยกว่าล้านบาทก็จะสำเร็จ แต่เวลาประมูลก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังของโรงพยาบาล ราคาก็เข้าไปสองร้อยสิบกว่าล้าน ข้าพเจ้าซึ่งเป็นประธานฝ่ายบรรพชิตไม่มีปัญญาที่จะหาเงินเป็นล้านๆ ได้ แล้วแต่บารมีหลวงปู่ พอดีขณะนั้น ท่านพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี รับแบ่งเบาภาระ โดยจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินส่วนที่เกินจากจำนวนที่ตั้งงบไว้เดิมเพิ่มเติม ช่วยเหลือจนสำเร็จเป็นตึกอาคารสุจิณฺโณ ๑๕ ชั้น ดังปรากฏแก่ทุกท่านที่โรงพยาบาลสวนดอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อหลวงปู่อาพาธ ก็ได้ไปพักอาศัยให้แพทย์รักษาพยาบาลจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของหลวงปู่ และเป็นสถานที่อำนวยประโยชน์มหาศาลถาวรตลอดกาล


เหรียญรูปเหมือน หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ด้านหลังประดิษฐานพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร.
อนุสรณ์ ๙๐ ปี เพื่อสร้างตึกสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
โดยมีท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมี่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
เป็นประธานดำนเนินการฝ่ายสงฆ์

          นับตั้งแต่พระคุณเจ้หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้ถึงมรณภาพจากไป สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ โปรดฯพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้รับศพหลวงปู่ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นลำดับมาครบถ้วนทุกประการ

          และด้วยได้อาศัยพระบรมโพธิสมภารกับทั้งอาศัยบารมีธรรมอันมีอยู่ในหลวงปู่ ได้มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์บำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย ตามกำลังสามารถของแต่ละเจ้าภาพโดยเสด็จพระราชกุศลไม่ขาดสายตั้งแต่ต้นจนถึงวันงานออกเมรุ ดังปรากฏตามรายการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายโดยเสด็จพระราชกุศลอีกส่วนหนึ่ง พระราชศรัทธาที่ทรงพระราชทานแก่หลวงปู่ดังกล่าวนี้ ล้วนทำให้เกิดความเบิกบานแช่มชื่นปีติยินดีอย่างล้นพ้นประมารแก่คณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป …


ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
ขณะเข้ากราบสักการสรีระสังขารของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้
ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรมหาเถร) เมื่อยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระอุดมญาณโมลี
พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมกิตตเมธี
พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ร้อยเอกอดุลย์ รัตตานนท์ พันเอกลาภ เดชด่าน นายพัลลภ เจียรวนนท์
พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิสุจิณฺโณอนุสรณ์
เข้าเฝ้าถวายทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พ.ศ. ๒๕๓๘ ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน พระราชวังดุสิต


ท่านเจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถร) วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙
เสด็จทอดพระเนตรเมรุจำลองเพื่อในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ซึ่งตั้งแสดงอยู่ ณ วัดสัมพันธวงศ์

          หมายเหต

           - พระครูปลัดจำนงค์ ธมฺมจารี, พระครูวิบูลสีลวงศ์, พระวิบูลย์ธรรมาภรณ์ ปัจจุบันได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ให้สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ในราชทินนามที่ "พระพรหมเมธี" เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เจ้าคณะภาค ๔ - ๕ - ๖ - ๗ (ธรรมยุต) และกรรมการมหาเถรสมาคม

          - พระครูวินัยธรชินเทพ ชินเทโว, พระครูปลัดเมธาวัฒน์ ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ในราชทินนามที่ "พระครูวิมลญาณอุดม" ปัจจุบันมรณภาพแล้ว

          - พระนาค อตฺถวโร ผู้เป็นศิษญ์ใกล้ชิดหลวงปู่และสนใจในคำสอนของหลวงปู่เป็นอย่างมาก ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ในราชทินนามที่ "พระครูธรรมคุณาลังการ" ปัจจุบันมรณภาพแล้ว

           - ในการสร้างอาคารสุจิณโณอนุสรณ์ ได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือน หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ด้านหลังประดิษฐานพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. อนุสรณ์ ๙๐ ปี เพื่อสร้างตึกสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อมอบเป็นที่ระลึกแก่ผู้ร่วมบริจาค โดยมีคำปรารภ เรื่องการสร้างเหรียญรูปเหมือน หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ของ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรมหาเถร เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ หนังสืออนุสรณ์ ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๐ จัดพิมพ์โดยมูลนิธิสุจิณโณอนุสรณ์ ดังนี้

          ๑. การที่คณะผู้ดำเนินงาน และเจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง ได้ให้ความนับถือให้รับหน้าที่เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ จึงรู้สึกมีความยินดีอย่างยิ่ง เพราะงานครั้งนี้เป็นงานที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณชน เป็นงานมหากุศลที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข จึงขอรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจและจะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับจนสุดความสามารถ เท่าที่กำลังสติปัญญาจะเอื้ออำนวย อีกทั้งจะได้แสดงกตเวทีตอบสนองในพระคุณที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ได้เมตตาต่อวัดสัมพันธวงศ์ โดยอนุญาตให้จัดสร้างปูชนียวัตถุของหลวงปู่แหวน หลายแบบ หลายอย่าง และแผ่เมตตาบริกรรมภาวนาอธิษฐานจิต นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา จึงถึงปัจจุบัน แม้ในคราวที่วัดดอยแม่ปั๋งมีงานการใด ๆ เกิดขึ้นก็มอบความไว้วางใจให้คณะวัดสัมพันธวงศ์ เป็นผู้รับจัดดำเนินงานเสมอมา

          ๒. การจัดสร้างเหรียญนี้ ปรารภมงคลสมัยดิถีที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่เจริญอายุครบ ๙๐ ปี เพื่อวัตถุประสงค์หาทุนทรัพย์สร้างถาวรวัตถุที่เป็นสาธารณกุศล ไว้เป็นอนุสรณ์แด่ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เพื่อประโยชน์ใช้สอยแก่ประชาชนโดยทั่วไป

          ๓. เหรียญที่จัดสร้างครั้งนี้ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประดิษฐานที่เหรียญ ก็เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อองคืพระบาทสมเด็จพระมหาราชเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นเหตุชักชวนประชาชนโดยทั่วไปทุกหมู่คณะให้ได้บริจาคทรัพย์โดยเสด็จพระราชกุศลในกิจการที่เป็นสาธารณกุศล เพื่อประชาชนทั่วไปที่เจ็บไข้ได้ป่วย ให้ได้รับการบำบัดพยาบาล สร้างความผาสุกสมบูรณ์และพลานามัยแก่ชนในชาติ

          ๔. การเงินที่ได้รับจาการให้บูชาเหรียญที่จัดสร้างครั้งนี้ จะได้นำไปเป็นทุนสร้างตึกพยาบาล พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และถ้าหากมีทุนเหลือมาก ก็จะได้แงนำไปจัดตั้งมูลนิธีเพื่อหาดอกผมเป็นทุนหมุนเวียนใช้เป็นค่ารักษาค่าเวชภัณฑ์ สำหรับประชาชนผู้ยากไร้ ตลอดถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน

          ๕. การดำเนินงานครั้งนี้ นับว่าเป็นงานใหญ่ต้องใช้ทุนทรัพย์มาก คณะผู้ทำงานจึงต้องมาจากหลายฝ่าย จังได้เชื้อเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่ออาศัยความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจและร่วมความคิดกันหลายฝ่าย แบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม งานนี้จึงจะสำเร็จผลตรงเป้าหมาย

          ๖. งานอันดับแรก คือ งานออกแบบเหรียญ โครงการ เหตุผล วัตถุประสงค์เป็นงานต้องจัดทำก่อน ในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ได้ทราบโครงการอันนี้มาแต่เริ่มแรกจาก พระครูวิบูลศีลวงศ์ เลขานุการวัด ซึ่งเป็นผู้ออกแบบเหรียญจึงได้ให้ผู้คิดโครงการกำหนดแบบเหรียญขึ้นเองและจัดทำไปก่อน ในขณะที่ยังไม่ได้ตั้งกรรมการดำเนินงานในเรื่องนี้

          ๗. งานในอันดับต่อมา จึงได้ปรึกษากันในคณะผู้ใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับวัดทำเรืองขอพระราชทานพระปรมราชานุญาต พระปรมาภิไธยย่อ ภ . ป . ร . ซึ่งเมื่อไดรับพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ศกนี้แล้ว จึงได้นัดประชุมกันเป็นการภายใน กำหนดรายละเอียดวิธีการต่าง ๆ ขึ้น

          ๘. การติดต่อประสานงาน จัดเรื่องกรรมการและการเชื้อเชิญบุคคลต่าง ๆ ได้อาศัย คุณบุญมา พึ่งทอง นายกสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นผู้ไปเชิญ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้มีเกียรติอื่นๆ อีกหลายท่าน ทั้งนี้โดยคิดว่า คราวที่วัดสัมพันธวงศ์จัดหาทุนสร้างเหรียญหลวงปู่แหวน สุจิณโณ แบบเราสู้ มอบแก่ทหารตำรวจ พลเรือนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน และผู้ทำคุณประโยชน์ในทางศาสนา ก็ได้เชิญ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นประธานจัดสร้าง มาในคราวนี้จึงประสงค์จะให้เชิญท่านเป็นประธานฝ่ายฆราวาสอีก เพราะเคยร่วมทำงานกันมาแล้วครั้งหนึ่ง และงานครั้งนั้นก็ได้รับผลสำเร็จอย่างดียิ่ง แม้ในปัจจุบันนี้เหรียญแบบเราสู้ ก็เป็นที่ศรัทธาและนิยมของประชาชนโดยทั่วไป ทุก ๆ วงการก็แสวงหา เพราะสร้างจำนวนจำกัดเป็นของหายาก

          อนึ่ง ทุนทรัพย์ที่จะได้มาเป็นทุนก่อสร้างตึกพยาบาล เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ คราวนี้ ด้วยแรงศรัทธาของประชาชนผู้มีความเคารพเลื่อมใสทั้งสิ้น ข้าพเจ้าและคณะกรรมการเป็นเพียงผู้ริเริ่มขวนขวายเท่านั้น จึงขอขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศลเจตนาของสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วย.

สถิติผู้เยี่ยมชมหน้านี้ จำนวน 380 ครั้ง
ปรับปรุงข้อมูลหน้านี้ครั้งล่าสุด 7/12/18 9:16 โดย พระมหาสำรวย นาควโร