พระพุทธรูปศิลาเก่าแก่ของวัดสัมพันธวงศ์
"หลวงพ่อหิน" และ "หลวงพ่อพวงมาลัย"
พระพุทธรูปศิลาศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่มาแต่อดีต
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
 
 

หลวงพ่อหิน (องค์ล่าง) และ หลวงพ่อพวงมาลัย (องค์บน)
 

          หากท่านเดินทางเข้ามาในวัดสัมพันธวงศ์ ทั้งบริเวณวัดและในเขตพระอุโบสถ มีการเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง เพราะมีการบูรณะใหม่ให้สวยงาม เป็นที่พักใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เมื่อเดินทางเข้ามาในเขตพระอาราม จะได้พบแต่สิ่งที่จะทำให้เกิดความสงบใจอันเกิดจากความสวยงาม ทั้งการตกแต่งให้สวยงาม มีความสะอาด และความเขียวขจีของต้นไม้

         และหากเดินเข้ามาในเขตพระอุโบสถ มองไปทางมณฑปหอระหังด้านซ้ายมือ จะพบพระพุทธรูปศิลาเ่ก่าแก่ ๒ องค์ ท่านที่เคยเข้ามาก่อนหน้านี้ในหลายปี หรือเป็นคนเก่าแก่ในย่านวัดเกาะนี้ในอดีต คงจะพอเคยเห็นพระพุทธรูปหินทั้งสององค์นี้ดี อาจจะแปลกเฉพาะแต่เดิมมิได้ปิดทอง ทุกวันนี้มีการปิดทองเหลืองอร่ามสวยงาม

          ส่วนท่านที่ไม่เคยเข้ามา หรือไม่เคยเห็นในอดีต ก็อาจจะ์แปลกใจและสงสัยถึงความเป็นมาของพระพุทธรูปศิลาทั้งสององค์นี้ หรือบางท่านอาจจะไม่สนใจเลย เพราะเข้าใจว่า เป็นพระพุทธรูปศิลาทั่วไปดังที่เคยเห็นบ่อย ๆ ในพระอารามทั่วไป แต่คิดว่า หลายท่านคงจะมีใจไปในประเด็นแรก คือ สงสัยถึงความเป็นมาของพระพุทธรูปศิลามากกว่า

          ในการแนะนำปูชนียวัตถุอันสำคัญในวัดครั้งนี้ จึงเห็นเหมาะสมที่จะกล่าวถึงหลวงพ่อศิลาทั้งสององค์นี้ให้ได้ทราบ แม้จะเป็นเพียงคำบอกเล่า แต่ก็เป็นคำบอกเล่าของพระเถระผู้ใหญ่ในวัดที่ท่านได้เมตตาเล่าให้ฟัง พอจะประมวลให้ฟังได้ดังนี้

          พระพุทธรูปศิลาทั้งสององค์นี้มีมาคู่กับวัดนานมาแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างแต่สมัยใด โดยเฉพาะ "หลวงพ่อหิน" แต่เดิมตั้งอยู่ภายนอกพระอุโบสถหลังเก่า ไม่มีคนสนใจมากนัก

          เดิมที่เดียวผู้ที่่มาสักการะและกราบขอพร จะเป็นคนจีนเก่าแก่ในย่านวัดเกาะและสำเพ็งเป็นส่วนใหญ่ ปรากฏว่า ผู้ที่มาขอพรได้รับสิ่งที่ขอสมปรารถนา เป็นที่โด่งดังของคนในย่านนี้ในสมัยก่อนมาก ผู้ที่ได้สมปรารถนาก็จะนำ "พวกมาลัย" มาสักการะเป็นการกราบขอบพระคุณต่อพระพุทธคุณที่ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปหินองค์บนจึงได้นามว่า "หลวงพ่อพวงมาลัย" และ องค์ล่างจึงได้นามว่า "หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธิ์" เพราะมีความศักดิ์สิทธิ์ให้พรสมปรารถนาของผู้มาขอ นอกจากจะนำพวงมาลัยมาสักการะแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการจุดปะทัดถวายด้วย ดังนั้น ทุกวันนี้ เมื่อเข้ามาอาจจะไ้ด้ยินเีสียงปะทัดที่มีผู้มาจุดเป็นการถวายอยู่เรื่อย ๆ จากคำบอกเล่า พระพุทธรูปหินทั้งสองนี้เป็นที่เคารพของคนจีนในย่านนี้และโด่งดังในอดีตมาก

์           "หลวงพ่อหิน" เคยถูกโจรกรรมไป ๓ ครั้ง แต่ก็มีเหตุอัศจรรย์ให้ได้นำกลับมาทุกครั้งไป ผู้โจรกรรมไปไม่สามารถนำส่งต่อไปขายได้ จนทางวัดต้องนำเก็บไว้อย่างดี เพื่อมิให้ถูกโจรกรรมอีก

          จนเมื่อถึงคราวบูรณะพระอารามในหลายส่วน ได้นำพระพุทธรูปศิลาทั้งสององค์นี้ออกมาตั้งประดิษฐานในที่ปลอดภัย เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบขอพรดั่งในอดีตอีกครั้ง พร้อมกันนี้ ก็ได้ปิดทององค์พระปฏิมาทั้งสองอย่างสวยงามดั่งที่เห็นด้วย

          ตามที่เล่ามานี้ ก็พอจะสรุปได้ว่า พระพุทธรูปศิลาทั้งสององค์นี้ เป็นพระพุทธรูปหินเก่าของทางวัดมายาวนาน เหตุที่่ไม่เห็นในช่วงหนึ่ง เพราะนำไปเก็บไว้เป็นอย่างดีเพื่อป้องกันการโจรกรรมดั่งในอดีต เป็นพระพุทธรูปหินเก่าแก่ มีความศักดิ์สิทธิ์ที่คนจีนในย่านวัดเกาะเคารพพในความศักดิ์สิทธิ์มาแต่อดีต

          แม้ในปัจจุบัน ประชาชนที่เห็นในความศักดิ์สิทธิ์มาก่อน หรือท่านต้องการจะขอพรที่ผ่านมาพบเข้า ก็มากราบขอพรกันอยู่เนือง ๆ มีหลายท่านที่ได้รับพรสมปรารถนาที่ขอ ก็จะนำ "พวงมาลัย" มาสักการะถวาย และนำ "ปะทัด" มาจุดถวาย

          ปัจจุบัน "หลวงพ่อหิน" และ "หลวงพ่อพวงมาลัย" ตั้งประดิษฐานอยู่ในมณฑลหอระฆังด้านซ้ายมือภายในเขตกำแพงแก้วของพระอุโบสถด้านหน้า เปิดให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้ขอพรทุกวัน

          หากได้มีโอกาสเดินเข้ามายังวัดสัมพันธวงศ์ ก็อย่าได้ลืมมากราบสักการะ ชมความงามของพระพุทธรูปศิลาแต่อดีตของทางวัดและมากราบขอพรจากพระพุทธรูปศักดิ์ทั้งสององค์นะครับ


มณฑปหอระหัง สถานทตั้งี่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาศักดิ์สิทธิ์
     
"หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธิ์" และ "หลวงพ่อพวงมาลัย" ตั้งประดิษฐานอยู่ในภายในมณฑป

หลวงพ่อหินศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อพวงมาลัย

---------------------
 
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด