เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรเถระ ป.ธ.๙)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระสุปฏิปันโน ผู้ปักธง “กรรมฐาน” กลางมหานคร


เส้นทางพระสุปฏิปันโน


ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเส้นทางของพระสุปฏิปันโน นั้น ไม่ใช่เส้นทางของผู้ใดผู้หนึ่ง หากแต่เป็นเส้นทางที่เปิดกว้างสำหรับทุกๆ คน ที่จะสามารถเข้าถึงเส้นทางแห่งธรรม พระพุทธศาสนานั้นอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน หลายยุคหลายสมัย แม้เวลาเปลี่ยนแปลงไป แต่คำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังเป็นที่นับถือศรัทธา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของสังคมไทยอย่างไม่เปลี่ยน

บรรดาลูกศิษย์พระกรรมฐานหรือสาแหรกพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ทุกๆ องค์ก็ได้พยายามสืบทอดธรรมะที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นต่อรุ่นสืบๆ ต่อกันมาจนถึงปัจจุบันได้สร้างคุณประโยชน์หลายอย่างใหกั้บพระพุทธศาสนาและสังคมไทยมากมาย

เจ้าประคุณ สมเด็จฯ เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้พยายามสืบทอดธรรมะที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นต่อรุ่นสืบๆ ต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นำเอาความรู้จากการที่ฝึกปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานตั้งแต่เป็นสามเณรที่มุ่งมั่นจะก้าวตามรอยธรรมของพระอาจารย์มั่น และจากศึกษาพระปริยัติธรรม มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวออกเผยแผ่ให้กับพระภิกษุรุ่นต่อมาและพุทธศาสนานิกชนให้เข้าถึงธรรมและเข้าใจชีวิต อาทิ กฎแห่งกรรม บาป - บุญ กุศล - ชั่ว สังสารวัฏ อานิสงส์ของการเกิดเป็นคน

เพราะการที่ใครคนหนึ่งจะหันมาสนใจหลักปฏิบัติธรรมทางศาสนานั้น หมายถึงเขาจะต้องมีความสนใจศึกษาข้อธรรมในศาสนามาบ้างไม่มากก็น้อยโดยเฉพาะชาวพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กว่า ทำดีได้ดี - ทำชั่วได้ชั่ว กฎแห่งกรรม บาป - บุญ สร้างกุศล รักษาศีล ความกตัญญู สมาธิ - ปัญญา เป็นสิ่งพบเห็นได้ทั่วๆ ไปในสังคมไทย ความเชื่อเหล่านี้คือรากฐานของคุณงามความดี เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมจะเตรียมปลูกลงดินเพียงแต่ยังรอเวลาให้ตระหนักถึงคุณค่าอย่างแท้จริงเท่านั้น

สอนให้ตัดปลิโพธ หมายถึงตัดความเป็นห่วง ความกังวล ถ้าผู้ใดที่ยังมีห่วงเป็นกังวลก็ยากที่จะปฏิบัติธรรมได้ บางคนกว่าจะหาเวลามาปฏิบัติธรรมมักมีข้ออ้างเหตุผลนานา ส่วนใหญ่จะบอกเป็นห่วงบ้านทิ้งเอาไว้ไม่ปลอดภัย ห่วงรถ ห่วงหน้าที่การงาน ห่วงเงินห่วงธุรกิจ ห่วงลูกหลาน ทำให้ “ห่วง” เหล่าผูกรั้งตัวเอาไว้ หลวงปู่ขาว ได้เมตตาแสดงธรรมให้เห็นโทษของความเป็นห่วงดังนี้

“พ่อแม่ก็มีคุณสมบัติทางโลก ต้องการให้ไปหาเงินหาทอง และต้องการให้มีครอบครัว ถ้าว่าถึงความจริงล่ะมันเป็นตัวถ่วงอย่างมหันต์มองดูให้ลึกๆ มองดูให้ถึงใจสงบที่สุดแล้ว การมีครอบครัว มีลูกเต้า เลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน นั่นแหละมันแสนที่จะกังวลเดือดร้อนวุ่นวาย ไม่มีเวลาที่จะได้ทำบุญทำทาน โอกาสเวลาจะนั่งภาวนาก็ไม่มี คนเราทางโลกมันนิยมกันอย่างนั้น”

สอนให้ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันประเสริฐ เป้าหมายสูงสุดของชาวพุทธคือ “นิพพาน” แต่ระยะทางก่อนที่จะถึงนิพพานของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพื่อกันการผิดพลาดไม่ให้ก้าวพลาดออกนอกเส้นทางลงนรก สิ่งแรกที่ต้องยึดถือเอาไว้เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวคือ “พระรัตนตรัย” ประกอบไปด้วยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสงฆ์คุณอันประเสริฐทั้งสามประการ

สอนให้แผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง เจ้าประคุณ สมเด็จฯ เคยเล่าว่า หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านเน้นย้ำกับญาติโยมเกี่ยวกับความสำคัญของการแผ่เมตตา เป็นอย่างมากว่า “ให้ทุกคนได้แผ่เมตตาต่อคน สัตว์ หมู่มาร ศัตรู ให้แผ่ไปทั่วสากลจักรวาล ยิ่งแผ่มากยิ่งทำให้ใจสบาย รักชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่นเหมือนกับของตนเอง สังคมก็จะมีความสุขสงบอย่างทั่วถ้วนทั่ว”

“วิธีแผ่เมตตาให้บังเกิดผล โดยให้ทำตนและจิตใจเหมือนมารดาที่เลี้ยงลูก ให้ความรักเอ็นดูสงสาร มุ่งหวังที่จะให้ลูกสุขกายสบายใจ มีอาชีพการงาน มีวิชาเลี้ยงตนเองได้ ความรักที่แม่ให้กับลูกเป็นความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีพิษภัย และไม่ต้องการผลตอบแทนจากลูก มีแต่ให้อย่างเดียว ถ้าเราแผ่เมตตาเหมือนกับพระอาทิตย์ส่องแสง เมตตานั้นจะมีพลังสูงยิ่ง เพราะธรรมชาติของพระอาทิตย์ขณะที่ส่องแสง ไม่ได้เลือกชุมชน สรรพสัตว์ยากดีมีจน อยู่ที่สูงหรือที่ต่ำ จะใกล้หรือไกลก็ได้รับความร้อนเท่ากัน เมตตาธรรมก็เช่นกัน ขอให้แผ่ไปให้แก่ทุกชนทุกชั้นทุกระดับ ใครจะได้รับมากน้อยสุดแต่วาสนาบารมีของผู้นั้น”

รักษาศีลอย่างน้อยศีลห้า ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต กล่าวก่อนที่ท่านจะมรณภาพ

นี่คือ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 
สถิติผู้เยี่ยมชมหน้านี้ จำนวน 16 ครั้ง
ปรับปรุงข้อมูลหน้านี้ครั้งล่าสุด 29/9/18 23:08