เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรเถระ ป.ธ.๙)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระสุปฏิปันโน ผู้ปักธง “กรรมฐาน” กลางมหานคร


สามพี่น้องแห่งบ้านบ่อชะเนงผู้เจริญในธรรม

บ้านบ่อชะเนง นอกจากจะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรเถระ) แล้ว ยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของ “หลวงปู่ขาว อนาลโย” พระกรรมฐานชื่อดังลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ด้วย

หลวงปู่ขาว ฉายา อนาลโย ซึ่งมีความหมายว่า ขาวบริสุทธิ์ คือ กายกับใจของท่านบริสุทธิ์ สมกับนามเดิมของท่านชื่อ “ขาว” โคระถา เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม .. ๒๔๓๑ บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันจังหวัดอำนาจเจริญ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน คน หลวงปู่ขาวเป็นบุตรคนที่ ของ นายพั่ว และ นางลอด โคระถา


หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู

เมื่ออายุประมาณ ๒๐ ปี ได้สมรสกับนางมี มีบุตรธิดาด้วยกัน คน ภายหลังการครองเพศฆราวาสไม่ราบรื่น เพราะภรรยาไม่ตั้งอยู่ในความสันโดษทำให้ครอบครัวมีปัญหา จึงตัดสินใจออกบวชเมื่อเดือนพฤษภาคม .. ๒๔๖๒ ที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ โดยมีพระครูพุฒิศักดิ์ เจ้าคณะอำเภออำนาจเจริญ เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษา เพื่อศึกษาหลักพระธรรมวินัยที่วัดโพธิ์ศรี ถึง ๖ ปี ด้วยความบริสุทธิ์ใจดังที่ตั้งไว้ จึงตัดสินใจกราบลาอุปัชฌาย์ออกเที่ยวธุดงค์กรรมฐาน

ในปี พ.ศ ๒๔๖๒ ได้ออกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ ซึ่งในเวลานั้นท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้มาจำพรรษาอยู่ทางภาคเหนือ เช่นกัน จึงได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระอาจารย์มั่น เสมอ บางครั้งได้จำพรรษาด้วย จึงทำให้บารมีเริ่มเกิดขึ้นกับหลวงปู่ขาวตามลำดับ จิตสงบไม่คิดถึงกิเลสตัณหาในอดีตต่อไป

จนถึง พ.. ๒๔๘๘ ได้เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดบ่อชะเนงบ้านเกิด ในระหว่าง พ.. ๒๔๙๖–๒๕๐๐ ได้ธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดหม้อทอง จังหวัดสกลนคร


วิหารหลวงปู่ขาว อนาลโย ภายในวัดบ่อชะเนง

รูปเหมือนหลวงปู่ขาว อนาลโย ภายในวิหาร
   


คำจารึกหน้าวิหารหลวงปู่ขาว อนาลโย ภายในวัดบ่อชะเนง

สุดท้าย ก่อนที่จะเข้าจำพรรษาที่วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู (เดิมจังหวัดอุดรธานี) บำเพ็ญภาวนาบารมีแก่กล้ายิ่ง เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ จนทำให้วัดถ้ำกลองเพลเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปอย่างกว้างขวาง

หลวงปู่ขาว มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม .. ๒๕๒๖ สิริอายุได้ ๙๕ ปี ๕ เดือน ถึงแม้ว่าจะมรณภาพไปนานปีแล้วก็ตาม แต่ชื่อเสียงบารมีและคำสอนของหลวงปู่ขาว ยังเป็นอมตะชั่วนิรันดร์

ปัจจุบัน “หลวงปู่ขาว” เป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งดินแดนธรรมะ ที่ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ภาคภูมิใจ และขนานนามดินแดนแห่งนี้ว่าเป็น “แผ่นดินธรรมของหลวงปู่ขาว”

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวถึงหลวงปู่ขาว เอาไว้ว่า....

“เมื่อระลึกถึงหลวงปู่ขาว อนาลโย ก็อดมิได้ที่จะระลึกถึงพระสังฆคุณ ว่า สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ อุชุปฏิปนฺโน สามีจิปฏิปนฺโน

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฎิบัติดีแล้ว ปฎิบัติตรงแล้ว ปฎิบัติถูกต้องแล้ว ปฎิบัติเหมาะสมแล้ว จึงเกิดความเลื่อมใส เคารพในสุปฏิบัติ อุชุปฏิบัติ สามีจิปฏิบัติ ของท่าน ตั้งแต่ได้ไปกราบนมัสการท่านเป็นครั้งแรก ได้เห็น ได้เข้าไปนั่งใกล้ ได้ฟังธรรมจากถ้อยคำของท่าน

พร้อมกับรู้สึกสัมผัสจิตใจท่าน อันเปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา จากสายตา สีหน้า กาย วาจา ที่ต้อนรับด้วยธรรมปฏิสันถารอันบริสุทธิ์ เป็นที่ประทับใจให้ไประลึกถึงและไปกราบนมัสการได้เห็นได้สดับธรรมรสจากท่านอีกโดยลำดับ

แม้ขันธ์ของท่านจะแตกดับไป ตามธรรมดาของสังขาร คุณของท่านอันพึงกล่าวได้ว่า อนาลโย คุโณ ย่อมดำรงอยู่เป็นที่ระลึกถึง และเคารพกราบไหว้ตลอดไป”

หลวงปู่ขาว กับ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นั้นมีเป็นญาติที่มีความใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง เพราะมารดาของหลวงปู่ขาว กับ มารดาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นั้น เป็นญาติกัน หลวงปู่ขาว จึงมีศักดิ์เป็นพี่ หรือญาติผู้พี่ของ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์

หลวงปู่ขาว กับ เจ้าประคุณ สมเด็จฯ แม้จะมีอายุห่างกัน ๒๙ ปี แต่ท่านทั้งสองพระมหาเถระก็เจริญไปตามเส้นทางแห่งธรรมของพระพุทธเจ้า

ขณะที่ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก กับ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ก็ถือเป็นธรรมยุตรุ่นพี่ – รุ่นน้อง ที่ไล่เลี่ยกันทั้งพรรษาและอายุ นั่นก็คือ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร(เจริญ สุวฑฺฒมหาเถร) มีชนมพรรษาถึงปัจจุบัน ๙๔ พรรษา ส่วน เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ มีอายุครบ ๙๐ ปี ในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๐


พระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม มหาวิริโย) เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ

นอกจากหลวงปู่ขาว กับ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ แล้ว ยังมีพระมหาเถระอีกรูปหนึ่งที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลวงปู่ขาว และ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นั่นก็คือ พระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม มหาวิริโย ป..) เจ้าอาวาส วัดบ่อชะเนง และเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ ปัจจุบัน

พระราชปรีชาญาณมุนี นั้นเป็นลูกชายของน้องสาวแม่กา ก่อบุญ มารดาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จึงมีศักดิ์เป็นผู้น้องของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์


พระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม) เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ
ขณะรับบาตรจากเจ้าประคุณ สมเด็จฯ ที่วัดสัมพันธวงศ์

พระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม) เจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ
ขณะกำลังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าประคุณ สมเด็จฯ

ปัจจุบัน พระราชปรีชาญาณมุนี กำลังเติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนา สำหรับสมณศักดิ์ เริ่มจาก พระครูศรีเสตุวรคณาภิรักษ์ ในปี พ.. ๒๕๑๙ เป็นเจ้าคุณชั้นสามัญหรือพระราชาคณะ ที่ พระสิริพัฒนาภรณ์ ในปี พ.. ๒๕๓๐ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปรีชาญาณมุนี เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ..๒๕๔๗

นี่คือ ๓ พระมหาเถระที่เป็นผลผลิตจากบ้านบ่อชะเนง

 
สถิติผู้เยี่ยมชมหน้านี้ จำนวน 12 ครั้ง
ปรับปรุงข้อมูลหน้านี้ครั้งล่าสุด 29/9/18 22:52