เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรเถระ ป.ธ.๙)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระสุปฏิปันโน ผู้ปักธง “กรรมฐาน” กลางมหานคร


สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รูปที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔
พระอุดมญาณโมลี (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙) รองสมเด็จพระราชาคณะ
ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์  จาตุรงคประธานวิสุต  
พุทธพจนมธุรธรรมวาที  ตรีปิฎกปริยัติโกศล
วิมลศีลาจารวัตร พุทธบริษัทปสาทกร  ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม  คามวาสี อรัณยวาสี  สมเด็จพระราชาคณ

ชาติกาลและชาติภูมิ

เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรเถระ (นามเดิม "กงมา" ท่านเจ้าคุณพระอุปัชฌาย์ พระมหารัชชมังคลาจารย์ นิทฺเทสกเถระ อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงษ์ รูปที่่ ๙ เปลี่ยนให้เป็น "มานิต" เมื่อครั้งอุปสมบท) เกิด ณ วันที่ ๒๙ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๖๐ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง นพศก จุลศักราช ๑๒๗๙ (.. ๑๓๖) ที่บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ในปัจจุบันนี้ ตำบลหนองแก้ว อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ)

ชาติภูมิและวงศาคณาญาติฝ่ายโยมบิดาเป็นชาวไร่ชาวนา บ้านเหล่าขวาว ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันขึ้นอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ)

ป้ายทางเข้าบ้านเหล่าขวาว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ

บ้านหลังเก่า สถานที่เกิดของเจ้าประคุณ สมเด็จฯ

ปู่ชื่ออ้วน ย่าไม่มีใครจำชื่อได้ มีบุตรธิดา ๖ คน คือ

     ๑. แม่นวนี     ๒. พ่อส่วนี     ๓. แม่เสนี     ๔. พ่อมอี     ๕. พ่อสีี     ๖. พ่อช่วย

ชาติภูมิและวงศาคณาญาติฝ่ายโยมมารดา เป็นชาวไร่ชาวนา บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันขึ้น อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ) ตาชื่อเฟือน ยายชื่อสีทา มีบุตรธิดา ๑๑ คน คือ

     ๑. แม่ปัด ๒. แม่กา ๓. แม่อำคา ๔. แม่ตาดำ ๕. แม่แวง ๖. พ่อแข็ง

     ๗. พ่อแงง ๘. แม่แดง ๙. แม่แตง ๑๐. แม่ติง ๑๑. พ่อยอน

โยมบิดาชื่อ ช่วย โยมมารดาชื่อ กา สกุล ก่อบุญ เป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวนพี่น้อง ๑๑ คน คือ

               ๑. บุตรชายชื่อบุญหนา ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเล็ก        ๒. นายหมาน ถึงแก่กรรม                ๓. นางอ่อนสา ถึงแก่กรรม

               ๔. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร)                 ๕. นางสุตา ถึงแก่กรรม                  ๖. นายเสาร์ ถึงแก่กรรม

               ๗. หญิงไม่ทราบชื่อ ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเล็ก            ๘. กำนันเหลา ถึงแก่กรรม              ๙. นางเภา ภารมาตย์ ถึงแก่กรรม

               ๑๐. นายเนาว์ ถึงแก่กรรม                                      ๑๑. นางลุน ธีระมาตร ถึงแก่กรรม

.. ๒๔๗๐ อายุ ๑๐ ปี เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลประจำตำบลหนองแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลาวัดบ้านโคกเลาะ


วัดโคกเลาะ โรงเรียนประชาบาลประจำตำบลในอดีต

โรงเรียนบ้านโคกเลาะในปัจจุบัน

เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ ๑ ปลายปีจวนจะสอบไล่ประจำปี แต่มีเหตุจำต้องหยุดการเรียน คือ ถูกครูใหญ่ลงโทษโดยไม่ยุติธรรม ถูกตีจนมือแตก ด้วยความผิดเพียงไม่ไปพบหลังจากให้นักเรียนไปตามตัว ที่ไม่ไปหาหรือไปพบครูใหญ่ไม่ได้นั้น เหตุเพราะ เวลานั้นพักเที่ยง ครูประจำชั้นซึ่งเป็นครูน้อยได้ใช้ให้ไปหายางมะตูม เพื่อมาติดหนังสือที่ขาด เมื่อทำธุระให้ครูน้อยเสร็จแล้ว ก็กลับไปโรงเรียนซึ่งเป็นเวลาเข้าเรียนพอดี จึงไม่สามารถไปพบครูใหญ่ตาม

คำสั่งที่ให้ไปพบได้เป็นเหตุให้ครูใหญ่ ไม่พอใจ จึงได้เรียกไปตีต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน ตีจนมือแตกกำไม่เข้า

ด้วยความน้อยใจจึงตัดสินใจหนีโรงเรียน ตั้งใจว่าจะเดินทางไปผจญภัยตามยถากรรมทางภาคกลาง แต่ยังไม่ทันได้ไปในขณะนั้น เพราะขาดผู้นำทาง และเพื่อนร่วมเดินทาง

การบรรพชา

.. ๒๔๗๒ บิดามารดาและญาติพี่น้องนำตัวไปบวชเป็นสามเณรมหานิกาย ที่ วัดบ้านบ่อชะเนง ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านนั้นพร้อมกับเพื่อนรุ่นพี่ชื่อชัย มีเจ้าอาวาสวัดนั้นชื่อ "ญาคูโม้" เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยที่ไม่ได้เตรียมตัว ทุกอย่างต้องบอกให้ว่าตามทั้งนั้น


วัดบ่อชะเนง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ขณะที่บวชเป็นสามเณรอยู่วัดนั้นเป็นเวลา ๑ ปี เรียนหนังสือธรรมบ้าง ต่อสวดมนต์เวลาค่ำบ้าง นอกจากนั้น ก็รดน้ำต้นหมาก ต้นมะพร้าว เป็นต้น ไม่เห็นทางที่จะก้าวหน้า แม้ในปีนั้นจะมีการเปิดสอนนักธรรมตรีที่วัดนั้น และที่บ้านใกล้เคียงก็มีสำนักเรียนมูลกัจจายน์ แต่ก็ยังไม่ศรัทธา ไม่มีอุตสาหะ หลังจากออกพรรษาแล้ว ออกเดินธุดงค์ติดตามพระธุดงค์กรรมฐานสายพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ไปยังอำเภอบางอำเภอในเขตจังหวัดอุบลราชธานี


วัดบ้านเก่าบ่อ บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ
ในอดีต ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๔ ได้มีครูบาอาจารย์มาพักจำพรรษาสั่งสอนญาติโยมหลายรูป
เช่น พระอาจารย์่เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์่มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาขโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นต้น

.. ๒๔๗๓ เดินธุดงค์กรรมฐานพร้อมกับคณะโดยผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม ไปยังจังหวัดขอนแก่น จำพรรษาที่วัดป่าช้าเหล่างา ปัจจุบันนี้เรียกว่าวัดป่าวิเวกธรรม ตำบลพระลับ อำเภอเมือง ญัตติเป็นสามเณรธรรมยุตที่นี่ โดยมีอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระอุปัชฌาย์แทนพระครูพิศาลอรัญญเขต เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ และเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) ออกพรรษาแล้วเดินธุดงค์กรรมฐาน ไปยังจังหวัดชัยภูมิ กับอาจารย์กรรมฐานผู้เป็นหัวหน้าคณะชื่อท่านอุ่นเนื้อ


วัดป่าวิเวกธรรม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น (ป่า้ช้าเหล่างา)


วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

.. ๒๔๗๔ จำพรรษาที่วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาเป็นปีที่เริ่มสร้างวัดนั้น ซึ่งหลวงชาญนิคม ผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัด ได้นิมนต์ท่านอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม จากจังหวัดขอนแก่นมาเป็นเจ้าอาวาส และอบรมสั่งสอนประชาชนชาวนครราชสีมาที่นี่ ท่านจึงนิมนต์พระกรรมฐานที่เป็นศิษยานุศิษย์ ให้มาจำพรรษารวมกันที่วัดนั้น จึงติดตามอาจารย์อุ่นเนื้อ มาจำพรรษาอยู่ที่วัดนั้นด้วย

.. ๒๔๗๕ ออกพรรษาแล้วเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติโยม ที่บ้านบ่อชะเนง จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) จากนั้นตั้งใจจะออกธุดงค์กรรมฐาน ติดตามอาจารย์และเพื่อนสามเณรที่แยกย้ายกันไปหลังจากจำพรรษาที่วัดป่าสาลวันแล้ว พอดีได้ทราบข่าวว่าเพื่อนสามเณร ๒ รูป ที่เข้าป่าออกกรรมฐานล่วงหน้าไปก่อนมรณภาพเพราะไข้ป่า จึงเกิดความคิดว่าเรายังเด็กเกินไปที่จะเข้าป่า ในวัยนี้ควรจะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จึงตัดสินใจเดินทางไปยังจังหวัดนครพนม เพื่อแสวงหาสถานที่ศึกษา เล่าเรียนพระปริยัติธรรม ได้อยู่จำพรรษาที่วัดอรัญญิกาวาส (วัดโพนแก้ว) อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เริ่มเรียนปริยัติธรรมที่วัดอรัญญิกาวาสเป็นเวลา ๔ ปี


หลวงปู่เกิ่ง อธิมุตฺตโก

อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม


ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์
อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

.. ๒๔๗๙ ท่านอาจารย์เกิ่ง อธิมุตฺตโก ได้พบกับ ท่านเจ้าคุณ พระรัชชมงคลมุนี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ขณะท่านเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่จังหวัดระยอง ท่านอาจารย์เกิ่ง ได้กล่าวฝากสามเณรกับท่านเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ท่านก็เมตตารับ


หนังสือฝากตัวที่ หลวงปู่เกิ่ง อธิมุตฺตโก ฝากเจ้าประคุณ สมเด็จฯ กับท่านเจ้าคุณพระมหารัชชมังคลาจารย์

เมื่อฝากเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์เกิ่ง ส่งข่าวไปบอกว่าได้ฝากให้อยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ให้เดินทางลงมาได้ โดยกำชับให้ พระช่วยอธิบาย เส้นทางการเดินทางและซักซ้อมจนเข้าใจดี จึงพร้อมกับเพื่อนชื่อ สามเณรทองทิพย์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นไพบูลย์ ภายหลังได้กลับไปอยู่สกลนคร สุดท้ายได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ที่ พระเทพสุเมธี เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีโพนเมือง อดีตเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร () มรณภาพแล้ว) ออกเดินทางจากนครพนม ไปพักที่สกลนคร และเดินทางไปขึ้นรถไฟที่อุดรธานี

ในสมัยนั้นรถไฟไม่ได้แล่นรวดเดียวถึงกรุงเทพฯ ต้องแวะพักที่ขอนแก่น และนครราชสีมา เมื่อลงรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ก็เข้าไปถามตำรวจว่าวัดสัมพันธวงศ์ไปทางไหน เมื่อทราบแล้วก็เดินเท้ามาและแวะถามมาเรื่อย ๆ จนถึงกำแพงวัดก็จวนพลบค่ำ เมื่อเข้ามาในวัดทราบว่าท่านเจ้าอาวาสไปประชุม วันนั้นกว่าท่านจะกลับประมาณสี่ทุ่ม พระจึงจัดให้พักที่กุฎีสนธิ์ประสาท


ท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี (เฉย ยโส)
อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังฉันเช้าแล้วได้ไปกราบท่านเจ้าอาวาส เขียนใบรับรอง ท่านก็เมตตาให้ไปอยู่ที่กุฎีนิตยเกษม โดยอยู่ในความกำกับดูแลของท่านเจ้าคุณ พระเนกขัมมมุนี (เฉย ยโส) (ภายหลังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพปัญญามุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์) จากนั้นก็อยู่ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดสัมพันธวงศ์ตามที่ได้ตั้งใจไว้

การอุปสมบท

.. ๒๔๘๐ อายุ ๒๐ ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมี ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ (เทศ นิทฺเทสโก) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ พระรัชชมงคลมุนี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูสุวรรณรังษี (สุวรรณ ชุตินฺธโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูปลัด (เส็ง ทินฺนวโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ (ภายหลังได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่ พระเนกขัมมมุนี) ที่พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.. ๒๔๘๐


ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ (นิทฺเทสโก) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ พระรัชชมงคลมุนี
อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พระอุปัชฌายะ
 

พระครูสุวรรณรังษี (สุวรรณ ชุตินฺธโร)
อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พระกรรมวาจาจารย

พระครูปลัดเส็ง ทินฺนวโร ต่อมาดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเนกขัมมุนี
อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พระอนุสาวนาจารย์

การศึกษานักธรรมและบาลี

.. ๒๔๗๖ สอบได้นักธรรมชั้นตรี

.. ๒๔๗๘ สอบได้นักธรรมชั้นโท

.. ๒๔๘๐ สอบได้ประโยค ป..

.. ๒๔๘๑ สอบได้ประโยค ป..๔ และนักธรรมชั้นเอก

.. ๒๔๘๔ สอบได้ประโยค ป..

.. ๒๔๘๖ สอบได้ประโยค ป..

.. ๒๔๘๘ สอบได้ประโยค ป..

.. ๒๔๙๒ สอบได้ประโยค ป..

.. ๒๔๙๙ สอบได้ประโยค ป..

หน้าที่ภายในวัด

.. ๒๔๘๑ เป็นครูผู้ช่วยสอนบาลีไวยากรณ์

.. ๒๔๘๔ เป็นครูสอนบาลีไวยากรณ์

.. ๒๔๘๖ เป็นครูสอนธรรมบทชั้นต้น

.. ๒๔๘๗ เป็นครูสอนธรรมบทชั้น ป..

.. ๒๔๘๘ เป็นครูสอน ป..๔ และเป็นครูสอน ป..-๖ ในปีต่อ ๆ มา
                                                           
จนเป็นครูใหญ่ประจำสำนักเรียนวัดสัมพันธวงศ์ เป็นผู้อำนวยการศึกษา
                                                           เป็นกรรมการสงฆ์ เป็นเลขานุการวัด
และเลขานุการกรรมการจัดผลประโยชน์วัด

.. ๒๔๙๘ ได้รับตราตั้งเป็นครูสอนปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดสัมพันธวงศ์

.. ๒๕๑๑ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

.. ๒๕๑๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (๓ กันยายน ๒๕๑๔)

.. ๒๕๑๔ เป็นพระอุปัชฌายะวิสามัญ

หน้าที่เกี่ยวกับการคณะและการพระศาสนา

.. ๒๔๘๕ เป็นเลขานุการเจ้าคณะธรรมยุต จังหวัดธนบุรี-นนทบุรี-ปทุมธานี

.. ๒๔๘๗ เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง

.. ๒๔๘๘ เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง

.. ๒๔๙๙ เป็นพระวินัยธรจังหวัด

.. ๒๕๐๓ เป็นผู้ช่วยหัวหน้าพระธรรมธรคณะธรรมยุต

.. ๒๕๑๑ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๘ - ๑๐ (ธรรมยุต)

.. ๒๕๑๖ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๐ - ๑๑ (ธรรมยุต)

.. ๒๕๑๙ เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะภาค ๙ - ๑๐ - ๑๑ (ธรรมยุต)
                                                           เป็นเจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต) (๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๙)

สมณศักดิ์ที่ได้รับ

๕ ธันวาคม ๒๔๙๙ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระอริยเมธี

๕ ธันวาคม ๒๕๐๗          เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชกวี

๕ ธันวาคม ๒๕๑๔ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพปัญญามุนี

๕ ธันวาคม ๒๕๑๙ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมบัณฑิต

๕ ธันวาคม ๒๕๓๒ ได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ พระอุดมญาณโมลี สีลาจารวราภรณ์
                                                            สาทรหิตานุหิตวิมล โสภณธรรโมวาทานุสาสนี
ตรีปิฎกบัณฑิต รรมยุติกคณิสสร บวรสัง-
                                                            ฆาราม คามวาสี

๕ ธันวาคม ๒๕๔๔ ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จาตุรงคประธานวิสุต
                                                            พุทธพจนมธุรธรรมวาที ตรีปิฎกปริยัติโกศล
 วิมลศีลาจารวัตร พุทธบริษัทปสาทกร ธรรม-
                  ยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี
สมเด็จพระราชาคณะ

กิจกรรมพิเศษ

ไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นครูสอนปริยัติธรรม ที่วัดสัตตนารถปริวัตร จังหวัดราชบุรี ๑ ปี ปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ ๒ กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ต้องหลบภัยไปพักอยู่ที่วัดดอนโคสิตาราม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และช่วยสอนปริยัติธรรมที่วัดนั้นเป็นเวลา ๑ ปี เมื่อสงครามโลกสงบลง ไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นครูสอนปริยัติธรรมที่วัดอาวุธวิกสิตาราม (บางพลัด) ธนบุรี ๒ ปี

ไปบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานแบบยุบหนอพองหนอและเรียนพระอภิธรรมกับพระอาจารย์พม่า ชื่อภัททันตะ อูวิลาสะ ที่วัดปรก ถนนตก ๒ ครั้ง ๆ ละ ๑ เดือน


วัดสัตตนารถปริวัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี


วัดดอนโคสิตาราม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
   

วัดปรก ถนนตก เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

วัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัด กรุงเทพมหานคร

เป็นนักศึกษาสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยพุทธศาสนารุ่นแรก เรียนอยู่ ๓ ปี

เป็นกรรมการนำข้อสอบธรรม และบาลีไปเปิดสอบต่างจังหวัดแทนแม่กองธรรมสนามหลวง และแม่กองบาลีสนามหลวง

.. ๒๕๑๕ ไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล ที่ประเทศอินเดีย

.. ๒๕๑๘                      ไปนมัสการปูชนียวัตถุ และปูชนียสถานมีพระทันตธาตุเป็นต้น ที่ประเทศศรีลังกา

.. ๒๕๒๑ ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเป็นมาจนถึงปัจจุบัน

.. ๒๕๓๓  เดินทางไปตรวจการคณะสงฆ์ เยี่ยมวัดไทย และประชาชน
                                                             ชาวไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา

.. ๒๕๓๕  เป็นกรรมการตรวจชำระพิมพ์อรรถกถาพระไตรปิฎก ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ
                                                             พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรง
เจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ

.. ๒๕๓๕  เป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบทพระภิกษุ จำนวน ๗๐ รูป
                                        เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ                                 ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ

.. ๒๕๓๕  เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ ๕

.. ๒๕๓๗                  เป็นประธานดำเนินการสร้าง พระพุทธสันติสุขไพศาล อุดมมงคลจักวาฬประสิทธิ์                                                             ขนาดหน้าตักกว้าง ๕.๖ เมตร สูง ๑๐.๔๐ เมตร ประดิษฐาน ณ วัดบ้านเก่าบ่อ
                                                            อำเภอ
หัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จนแล้วเสร็จ จัดให้มีพิธีสมโภช เมื่อวันที่
                                                            ๒๘
- ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ ในการนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร
                                                            สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุ
                                                            ไป
บรรจุในองค์พระ

.. ๒๕๔๒  จัดโครงการ และเป็นพระอุปัชฌาย์บรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณร
                                                            จำนวน ๔๑ รูป เฉลิมพระเกียรติพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาส
ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ณ วัดสัมพันธวงศ์ กทม.

.. ๒๕๔๓ เป็นประธานเจ้าคณะภาค ๘--๑๐-๑๑ (ธรรมยุต) เป็นประธานจัดประชุม                                                             พระสังฆาธิการ และตรวจธรรม สนามหลวงชั้นตรี ภาค ๘--๑๐-๑๑ (ธรรมยุต)
                                                            ซึ่งในแต่ละปีมีพระสังฆาธิการเข้าร่วม ประชุมประมาณ ๑,๕๐๐ รูป

.. ๒๕๔๖ เป็นประธานดำเนินการสร้างถาวรเจติยมหาวิหาร ที่วัดบ้านเก่าบ่อ
                                                            อำเภอ
หัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ จนแล้วเสร็จ และจัดให้มีพิธีสมโภชและ
                                                            บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยอดองค์เจดีย์ เมื่อวันที่ ๒๘-๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๖

พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา พุทธศาสตร์
                                                            จากมหาวิทยาลัย
มหามกุฏราชวิทยาลัย

.. ๒๕๔๙  จัดโครงการ และเป็นพระอุปัชฌาย์บรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณร
                                                            จำนวน ๖๐ รูป เฉลิมพระเกียรติพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาส
ทรงครองสิิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙


เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรเถระ) ถ่ายร่วมกับพระนวกภิกษุ ๖๐ รูป
ในวันอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัคิครบ ๖๐ ปี
 

เป็นพระอุปัชฌาย์ในพิธีอุปสมบทเฉลิมพระเีกียรติ
วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙


มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขา พุทธศาสตร์
   

ตำแหน่งปัจจุบัน

- เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

- ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต)

- กรรมการมหาเถรสมาคม

- คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฯลฯ

- กรรมการเถรสมาคมธรรมยุต

- กรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย

- ประธานคณะกรรมการศึกษาสงเคราะห์

- ประธานคณะกรรมการพิจารณาตั้งชื่อวัด

- กรรมการอำนวยการจัดงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ณ พุทธมณฑล

- ประธานกรรมการ ฝ่ายสงฆ์ มูลนิธิสุจิณโณอนุสรณ์

- ประธานกรรมการ ฝ่ายสงฆ์ มูลนิธิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

- เป็นประธานที่ปรึกษา ฝ่ายสงฆ์ มูลนิธิโรงเรียนวัดสัมพันธวงศ์ สังกัดกรุงเทพมหานคร

- เป็นประธานที่ปรึกษาคณะสงฆ์ธรรมยุตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- ที่ปรึกษาคณะกรรมการความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา

- ที่ปรึกษาคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา

 
สถิติผู้เยี่ยมชมหน้านี้ จำนวน 14 ครั้ง
ปรับปรุงข้อมูลหน้านี้ครั้งล่าสุด 29/9/18 22:39