ความเกี่ยวข้องของวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
กับพระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

ณ วัดสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
"ศูนย์รวมวัตถุมงคลหลวงปู่แหวนรุ่นเ่ก่าๆ ที่หลายคนอาจไม่ทราบ"

 
 
ความเป็นมาโดยสังเขป เกี่ยวกับวัตถุมงคลอันมีค่ายิ่ง ของ
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ณ วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
 

          วัดสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ถือว่า เป็นวัดที่มีความเกี่ยวเนื่องอย่างมากกับวัดดอยแม่ปั๋งวัดหนึ่ง หลายท่านมีความแปลกใจ ที่ทางวัดสัมพันธวงศ์มีวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวนหลายรุ่น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ทางวัดสัมพันธวงศ์ได้นำวัตถุมงคลในอดีตของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ออกให้ประชาชนบูชา ภายหลังการมรณภาพของพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ดูแลวัตถุมงคลทั้งหมด (แถลงข่าว ๑๙ เมษายน ๒๕๔๗) จึงจะได้นำเรื่องราวความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างวัดสัมพันธวงศ์ กับวัดดอยแม่ปั๋ง รวมทั้งที่มาของวัตถุมงคลที่ได้นำออกมาบูชาในครั้งนี้มากล่าวให้ทราบทั่วกันโดยสังเขป ดังนี้

          พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้มีพระภิกษุจากวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ จำนวน ๓ รูป คือ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) พระครูสรภัญญประกาศ (ชม) และพระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร) ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับปฏิปทาด้านการปฏิบัติของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จากท่านพระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้มาที่วัดสัมพันธวงศ์ ท่านทั้งสามเกิดศรัทธามา จึงเดินทางขึ้นไปกราบหลวงปู่

          เหตุที่ท่านท่านอาจารย์หนู สุจิตโต ได้ลงมาที่วัดสัมพันธวงศ์ในช่วงนั้น ก็เพราะว่ามาปฏิบัติอาจารย์ของท่าน คือ ท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี (เฉย ยโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ รูปที่ ๑๐ ซึ่งอาพาธอยู่ในขณะนั้น โดยช่วงนั้นมาพักอยู่กับพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) ทำให้ท่านอาจารย์หนูกับพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) มีความสนิทสนมกันมาก

          ในสมัยหลัง เมื่อคราวเดินทางมาทำศาสนกิจที่กรุงเทพมหานคร ก็จะเดินทางมาพักที่วัดสัมพันธวงศ์ตลอด โดยท่านอาจารย์หนู จะเดินทางมาพักกับท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว)

          พ.ศ. ๒๕๑๖ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) ได้ขึ้นไปจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่แหวน หลังจากนั้น ได้กลับมารายงานให้ “พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวรมหาเถร)” (ปัจจุบันคือ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ทราบ ต่อจากนั้น ก็ได้เริ่มมีพระภิกษุจากวัดสัมพันธวงศ์ได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่และจำพรรษาที่วัดดอยแม่ปั๋ง

          ในสมัยนั้น พระเถระจากวัดสัมพันธวงศ์หลายรูปนอกจากที่กล่าวมาในเบื้องต้น ได้ขึ้นไปกราบหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เช่น

          - พระธรรมบัณฑิต (เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรมหาเถระ์) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

          - พระวิบูลธรรมาภรณ์ (พระพรหมเมธี จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

          - พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (มรณภาพแล้ว)

          - พระครูธรรมคุณาลังการ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (มรณภาพแล้ว)

                                                             ฯ ล ฯ

          พระเถระจากวัดสัมพันธวงศ์ดังที่กล่าวมา ได้มีโอกาสไปกราบขอเป็นศิษย์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ และรับคำสอนจากท่าน นำคำสอนปฏิปทาสัมมาปฏิบัติของหลวงปู่ฯ มาเผยแพร่ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้รับทราบ มีส่วนสำคัญช่วยพัฒนาวัดดอยแม่ปั๋ง รวมทั้งปฏิบัติดูแลจนถึงกาลมรณภาพหลวงปู่ เป็นองค์สำคัญที่ช่วยดำเนินงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ให้เป็นไปอย่างสมเกียรติของท่าน รวมทั้งมีส่วนช่วยเหลืองานต่าง ๆ อันสำคัญหลายอย่าง


พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) และ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว)
ขณะถ่ายรูปกับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

          นอกจากนั้น ยังได้ชักชวนญาติโยมอื่น ๆ ซึ่งเป็นศิษย์ของวัดสัมพันธวงศ์และมีชื่อเสียงในสังคม ได้ขึ้นไปกราบหลวงปู่ด้วย ในการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามอันเกี่ยวข้องกับวัดดอยแม่ปั๋งในสมัยต่อ ๆ มา จึงจะพบว่ามีชื่อของญาติโยมจากวัดสัมพันธวงศ์เข้าไปมีส่วนช่วยเหลืองานนั้น ๆ อยู่ตลอด

          จากการติดต่อกันดังกล่าวโดยย่อนี้ ทำให้ทางวัดสัมพันธวงศ์ได้มีโอกาสจัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวนหลายรุ่น เพื่อนำทุนมาสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ เพราะในขณะนั้น ทางวัดอยู่ในช่วงการสร้างพระอุโบสถที่ก่อสร้างค้างอยู่ โดยได้รับเมตตาจากหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้เมตตาอธิษฐานจิตให้ และมีวัตถุมงคลอื่น ๆ ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่ขออนุญาตสร้างโดยวัดสัมพันธวงศ์และพระเถระในวัด หลายรุ่นด้วยกัน นอกจากนั้น หากว่าจะพึงมีวัตถุมงคลที่ผู้อื่นได้ขออนุญาตจัดสร้างสร้าง ทางวัดก็ได้รับเป็นบางส่วน เพื่อนำมาเก็บไว้ จึง ถือว่าในอดีตนั้น วัดสัมพันธวงศ์ได้เก็บรักษาวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ไว้มากพอสมควร แต่ละรุ่นล้วนได้รับการเมตตาอธิษฐานจิตจากหลวงปู่ทั้งสิ้น


พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ถ่ายร่วมกับพระสงฆ์และญาติโยมจากวัดสัมพันธวงศ์ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง

          ในสมัยต่อ ๆ มา หากว่าจะมีกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม อันจะอำนวยประโยชน์ต่อสังคมหรือจัดสร้างสิ่งใดก็ตามภายในวัดดอยแม่ปั๋ง ทางวัดสัมพันธวงศ์ก็รับที่จะจัดหาวัตถุมงคลให้หลวงปู่ได้อธิษฐานจิตเพื่อหาทุน เรื่องทั่ว ๆไปที่คนรู้จักอันมีวัดสัมพันธวงศ์เข้าเกี่ยวข้อง เช่น

          - วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ทางวัดจัดสร้างถวายให้หลวงปู่เมตตาอธิษฐานจิตให้ คือ “รุ่นเราสู้” ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้นำไปแจกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างหนักในขณะนั้น

          - การก่อสร้าง “ตึกสุจิณโณอนุสรณ์” ของโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ พระเถระในวัดก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือในการหาทุนและประสานงานเรื่องต่าง ๆ ให้

          - จัดตั้ง มูลนิธิสุจินโณอนุสรณ์ (ปัจจุบันนี้ มูลนิธิสุจินโณอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์)

          - ฯ ล ฯ

          ภายหลังการถึงแก่มรณภาพของท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ผู้ดูแลวัตถุมงคลทั้งหมด เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ทางวัดพบว่า “มีวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ” ทั้งส่วนของวัดได้จัดสร้าง และส่วนของผู้อื่นจัดสร้างซึ่งทางวัดได้เก็บไว้เหลืออยู่หลายรุ่นด้วยกัน (รวมทั้งวัตถุมงคลอื่น ๆ ในอดีตอีกมากมาย)

          วัตถุมงคลอันทรงค่่าในอดีตของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่ยังเหลือจำนวนมากเช่นนี้ เพราะท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ท่านเป็นผู้รักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นที่ทราบกันดีสำหรับผู้อยู่ในวัดและผู้ใกล้ชิดว่า ท่านจะให้บูชาต่อผู้มาติดต่อขอบูชาท่านละ ๑ เหรียญเท่านั้น และจะจดรายชื่อของผู้นั้นไว้ หากมาบูชาอีกในคราวหลัง ท่านจะจำได้แม่นยำว่าใ้ห้บูชาไปแล้ว จะไม่ให้บูชาอีก จึงทำให้วัตถุมงคลหลวงปู่แต่อดีตเหลือไว้ให้อนุชนรุ่นหลังผู้ศรัทธาในหลวงปู่ ได้มีโอกาสพบวัตถุมงคลอันมีค่ายิ่งนี้

          การพบวัตถุมงคลในครั้งนั้น ทางวัดจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อนำวัตถุมงคลออกมาให้บูชา โดยจะได้นำทุนไปบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและเสนาสนะอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์เดิมของการจัดสร้างต่อไป ทั้งเป็นโอกาสอันดีที่ของท่านที่เคารพในหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ หรืออนุชนรุ่นหลัง จักได้มีโอกาสได้รับวัตถุมงคลอันมีค่ายิ่งอีกครั้งหนึ่ง โดยวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวน และวัตถุมงคลอื่น ๆ ทางวัดไม่มีนโยบายการจัดทำรุ่นนั้นๆ เพิ่ม รุ่นใดหมดก็ปิดรายการ

          ดังกล่าวมาทั้งหมด คือ ข้อมูลโดยสรุปถึงความเกี่ยวเนื่องของวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร กับ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการบันทึกให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบ และเตือนความจำของท่านผู้ที่รับทราบอยู่แล้ว

          และนี้จึงเป็นที่มาของเรื่องราววัตถุมงคลหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ หากถามผู้ที่ยังทันสมัยที่หลวงปู่มีชีวิตอยู่แล้ว จะทราบทันทีว่า เมื่อพูดถึงเรื่องวัตถุมงคลของหลวงปู่แล้ว จะต้องมาที่วัดสัมพันธวงศ์เท่านั้น

 
บันทึกจากคำปรารภ
ทบทวนความจำเกี่ยวกับพระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง
ของ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรมหาเถร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมบัณฑิต
เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

 
 
         ทบทวนความจำ - แนะนำพระคุณหลวงปู่
 
         นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๙ นี้นับได้เป็นเวลา ๑๐ กว่าปี ที่คณะวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ได้มีความสัมพันธ์ติดต่อเกี่ยวเนื่องกันกับวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ โดยลำดับมาทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นพระเถระฝ่ายวิปัสสนาสมถกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถร เป็นครุฐานิยปูชารหวุฒิบุคคลที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชน ทุกเพศทุกวัยทั่วไปทั้งชาวไร่ชาวนา ชาวป่า ชาวเขา จนถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ทั่วทุกถิ่นฐานในประเทศบ้านเมืองไทย ขยายออกไปถึงต่างประเทศ มีเหตุมหัศจรรย์หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน ที่ข้าพเจ้าไประสบพบเห็นมาด้วยตนเองก็มี ที่คนอื่น ๆ ที่ได้ประสบพบเห็นมาด้วยตนเองแล้วเล่าให้ฟังก็มี เพื่อเป็นการเชิดชูประกาศเกียรติคุณอันสูงส่งของพระคุณเจ้าหลวงปู่แหวน ในปัจฉิมวารกาลสุดท้ายนี้ จะขอเล่าประสบการณ์เท่าที่เวลาและหน้ากระดาษจะอำนวยให้ดังต่อไปน
 
         ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ พระครูวิมลญาณอุดม (ขณะนั้นเป็นพระครูวินัยธร ชินเทพ ชินเทโว ฐานานุกรมของข้าพเจ้า) ขึ้นไปจำพรรษาอยู่วัดดอยแม่ปั๋งกับหลวงปู่ มีความเลื่อมใสศรัทธาในหลวงปู่มาก กลับลงมาแล้ว ปรารภจะอาศัยบารมีหลวงปู่สร้างพระประธานประจำพระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งกำลังก่อสร้าง พร้อมกันนั้นก็จะสร้างพระพุทธรูปบูชาและวัตถุมงคล คือ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ ชาวคณะวัดสัมพันธวงศ์ มีพระวิบูลธรรมาภรณ์ (ขณะนั้นเป็นพระครูปลัดจำนงค์ ธมมจารี) ได้ร่วมเดินทางไปกับพระครูวิมลญาณอุดม มีภิกษุ ๓ รูป ฆราวาส ๑๒ คน เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่แหวนเป็นคณะแรกของวัดสัมพันธวงศ์ เมื่อคณะธรรมจาริก ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปู่แล้ว ได้นำเรื่องราวของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ และปฏิปทามารายงานให้ข้าพเจ้าทราบ
 
         ต่อมา ข้าพเจ้าและคณะจึงได้เดินทางขึ้นไปราบนมัสการหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์เป็นครั้งแรก และปฎิบัติติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นี้เป็นกรณีเริ่มต้นส่งเสริมให้เกียรติคุณชื่อเสียงของหลวงปู่ฟุ้งเฟื่องขจรไปทั่วทุกสารทิศ
 
         ในครั้งที่ข้าพเจ้าเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่ใกล้ ๆ มีผู้กราบเรียนท่านให้ทราบว่า “นี่ เจ้าคุณพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ” หลวงปู่ก้มลงมากระซิบที่หูของข้าพเจ้าว่า “อยู่ที่กุฎิที่อยู่เดี่ยวนี้นั้นดีแล้ว อย่าย้ายไปอยู่กุฏิอดีตเจ้าอาวาส อย่าไปโยกย้ายแตะต้องสิ่งของอะไรของท่านในที่นั้น เขายังหวงแหนอยู่” นี้เป็นโอวาทครั้งแรกที่หลวงปู่แนะนำข้าพเจ้า ๆ ได้ถือปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ไม่มีใครเล่าให้หลวงปู่ฟัง แต่หลวงปู่หยั่งทราบเหตุการณ์ด้วยญาณวิถี หยั่งรู่ความเป็นไปของวัดสัมพันธวงศ์ว่า ในยุคที่ข้าพเจ้ามาอยู่ที่วัดสัมพันวงศ์นั้นจะได้เป็นเจ้าอาวาส มีอดีตเจ้าอาวาสสมภารเจ้าวัดล่วงลับไปแล้ว ๒ รูป ข้าพเจ้าเป็นรูปปัจจุบัน ตามธรรมเนียม เมื่อเจ้าอาวาสรูปก่อนล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมาจะต้องโยกย้ายขยับขยายไปอยู่กุฎิอดีตเจ้าอาวาสโดยมาก และมักจะมีปัญหาถ้าบุญวาสนาบารมีไม่คู่ควร ไม่ตาย ก็สึกหาลาเพศ หรือมีเหตุอื่น ๆ คำแนะนำหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์เป็นศุภนิมิตอันดีทำให้ข้าพเจ้าไม่ปัญหา มีความสุขสวัสดีตลอดมาจนถึงทุกวันนี้
 
         บางครั้งบางคราวเวลาข้าพเจ้าไปค้างคืนที่วัดดอยแม่ปั๋ง เวลากลางคืนไปกราบนมัสการหลวงปู่ ท่านเล่าเรื่องอดีตเกี่ยวกับสถานที่บ้าง เกี่ยวกับตัวท่านคนอื่นบ้างให้ฟัง เช่นเรื่องที่ท่านเคยเดินไปเรียนมูลเดิมอยู่ที่วัดบ้านสร้างถ่อนอก-บ้านสร้างถ่อใน อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และเล่าถึงประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จังหวัดอุดรธานี ขณะที่ยังครองฆราวาสเย้าเรือนเกิดมีปัญหาในการครองเรือนจนออกบวช ตลอดถึงหมู่บ้านในแถบนั้นท่านจำชื่อและหนทางไปมาติดต่อกันได้ เป็นต้น
 

         ข้าพเจ้าเองเป็นคนที่เกิดในภูมิลำเนาที่นั้นยังจำไมได้ถูกต้องเหมือนท่าน และยังไม่เคยไปยังหมู่บ้านแถบนั้นบางหมู่บ้านเลย ข้าพเจ้าสงสัยว่า ทำไมจึงทำให้หลวงปู่รู้ภูมิประเทศ เหตุการณ์และอะไร ๆ แถวนั้นได้ดี เพราะไม่ใช่ถิ่นกำเนิดของท่าน

         เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ซึ่งเป็นหลวงปู่ของข้าพเจ้าจริงๆ ท่านจึงเล่าให้ฟังว่า หลวงปู่แหวน ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรน้อย ได้ไปกับพระอาจารย์อ้วนจากจังหวัดเลย ซึ่งเป็นชาติภูมิของท่าน ได้ศึกษาเล่าเรียนมูลเดิมอยู่ที่วัดบ้านสร้างถ่อนอก-สร้างถ่อใน และได้บวชเป็นพระอยู่ที่นั้น มีโยมอุปัฎฐากอุปถัมภ์อยู่ที่นั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มี อันนี้เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าริเริ่มสืบสาวราวเรื่อง เขียนประวัติหลวงปู่ขึ้นเป็นครั้งแรก และต่อมาพระนาค อตถวโร วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ขึ้นไปจำพรรษาอยู่วัดดอยแม่ปั๋ง ได้ค้นคว้าสืบสาวราวเรื่องจากศิษยานุศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่ และจากปากคำของผู้ที่เคยเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงปู่ แล้วบันทึกเรียบเรียงขึ้น เป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ซึ่งทางวัดสัมพันธวงศ์ได้จัดพิมพ์ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๕

 
         เมตตาบารมีหลวงปู่
 
         บางคราว หลวงปู่ก็เล่าถึงการเดินธุดงค์กรรมฐานไปบำเพ็ญเพียรในสถานที่ต่าง ๆ ได้ประสบพบเห็นเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดีจากพวกมนุษย์และอมนุษย์ เล่าถึงปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน แม้หลวงปูจะเป็นพระโบราณความรู้น้อย อธิบายธรรมะเฉพาะปฏิปทาที่ท่านได้ปฏิบัติดำเนินเป็นผลสำเร็จมา ข้อว่า ธัมโม ธัมเมา เป็นส่วนมากก็จริง แต่ถ้ามีผู้ฟังสนใจในการปฏิบัติจริง ๆ เรื่องจิตใจ หลวงปู่จะอธิบายให้ผู้ฟังผู้ถามได้ตลอดทั้งคืน และแนะนำเรื่องวัตถุมงคลว่าเป็นของภายนอก ไม่ใช่แก่นแท้ของพระศาสนาเป็นเพียงนาวาอาศัยข้ามฟาก ได้เน้นหนักในการประพฤติปฏิบัติเป็นหลักสำคัญ
 
         หลวงปู่มีคุณธรรมสู่งส่งโดยเฉพาะพรหมวิหารธรรม มีเมตตากรุณาแก่ผู้ประสบทุกข์ได้รับความเดือนร้อนจากเหตุการณ์ต่างๆ
 
         คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศ์ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่เป็นกรณีพิเศษ โดยสงเคราะห์อนุเคราะห์ใ้ห้วัดสัมพันธวงศ์ และสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นประธานดำเนินการสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่หลายแบบ เพื่อหาทุนสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาตามวัดวาอารามต่างๆ
 
         สำหรับวัดสัมพันธวงศ์ เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถกับปรับปรุงเสนาสนะในวัดและบริเวณวัด
 
         โดยเฉพาะตัวข้าพเจ้าเอง คราวหนึ่งถึงวันกำหนดบำเพ็ญกุศลถวายในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่ ข้าพเจ้าอาพาธเป็นทั้งไข้ ท้องเสีย ทั้งถ่ายทั้งปวด นึกว่่า คงไปไม่ได้คราวนี้ เมื่อตั้งใจอธิษฐาน แล้วออกเดินทางไป ทุกอย่างหายเป็นปกติ และทุกครั้งที่ข้าพเจ้าขึ้นไปกราบนมัสการหลวงปู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง พอรถเข้าถึงบริเวณวัด แม้จะเป็นเวลาที่หลวงปู่เข้าพักผ่่อนอยู่ภายในกุฎีเพียงรูปเดียว ท่านก็ออกมานั่งเก้าอี้พิงหน้ากุฎี ซึ่งมีคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนคอยรอเข้าเฝ้ากราบไหว้อยู่หน้ากุฎีและที่อื่นๆ เมื่อเห็นหลวงปู่ออกมาก็บอกกันต่อๆ ไป ให้รีบออกมากราบนมัสการหลวงปู่ และข้าพเจ้าก็ต้องรีบไปกราบนมัสการหลวงปู่ ก่อนจะไปพบพระอาจารย์หนู เจ้าอาวาส และไปที่พักต่อไป
 
         แม้หลวงปู่จะเป็นพระ่ป่าพระดอย ไม่เคยเข้าวังหรือพระที่นั่งในเมืองหลวง และที่ไหนๆ แต่มีจิตใจประกอบด้วยเมตตาอย่างสูงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถวายมงคลนามแบบโบราณชาวบ้านแด่พระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ว่า "เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวง" ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวร ถ้าตรงกับเวลาที่พวกเราไปจากกรุงเทพฯ เข้ากราบนมัสการ หลวงปู่จะพูดปรารภขึ้นว่า "ไ้ด้ทราบว่า เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวง ทรงพระประชวรไม่สบาย เป็นเพราะทรงงานมาก ทรงเป็นห่วงพสกนิกรจะทุกข์ยาก ผู้เฒ่าก็ช่วยแ่ผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้เจ้าพ่อหลวง-เจ้าแม่หลวงหายโดยเร็ว หากได้ทรงพักผ่อนแล้วจะสุขสบายเป็นปกติ" ซึ่่งเป็นคำพูดที่ซาบซึ้งจิตใจอย่างยิ่ง
 
         วัตถุมงคลที่ดังที่สุด
 
         วัตถุมงคลรูปเหมือนหลวงปู่ มีผู้ขออนุญาตสร้างหลายราย หลายรุ่น หลายขนาด มีทั้งของหลวงและของราษฎร์ เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ กัน ทั้งในศาสนจักรและราชอาณาจักร
 
         โดยมากวัดสัมพันธวงศ์และสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นผู้ดำเนินการ มีเจ้าคุณวิบูลธรรมาภรณ์ (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูวิบูลสีลวงศ์ ปัจจุบันได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระพรหมเมธี) และพระครูวิมลญาณอุดม (ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น พระครูปลัดเมธาวัฒน์ ปัจจุับัน มรณภาพแล้ว) เป็นผู้ออกแบบดำเนินการรับผิดชอบ จนเสร็จกระบวนพิธีการทุกอย่าง
 
 
         วัตถุมงคลเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ที่ดังที่สุด คือ เหรียญ "เราสู้" เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่สงบกระทบกระทั่งกัน เกิดขึ้นทางด้านชายแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา (เขมร) ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ มีทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เป็นจำนวนมาก ไปขอพึ่งพาอาศัยบารมีหลวงปู่ อยากได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหลวงปู่ไว้คุ้มครองป้องกันตัว และเป็นสิริมงคล ทางวัดดอยแม่ปั๋งขาดปัจจัย ทั้งพ้นวิสัยที่จะจัดให้ทั่วถึงได้ พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง และนายกสมาคมสัมพันธวงศ์ในสมัยนั้น ร่วมกับวัดสัมพันธวงศ์ ตกลงขออนุญาตหลวงปู่สร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ขึ้นจำนวนหนึ่ง เพื่อแจกจ่ายแก่ทหาร ตำรวจ และพ่อค้าประชาชน ตลอดถึงผู้ร่วมออกทุนสร้าง โดยอ้างเหตุผลและความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศชาติบ้านเมือง หลวงปู่ไม่ขัดข้องยินดีอนุญาตให้ดำเนินการได้
 
         คณะกรรมการจึงได้มอบให้เป็นภาระของพระครูวิบูลสีลวงศ์ (พระพรหมเมธี จำนงค์ ธมฺมจารี) เป็นผู้ออกแบบจัดสร้างเหรียญ และให้พระครูปลัดเมธาวัฒน์ (พระครูวิมลญาณอุดม ชินเทพ ชินเทโว) ควบคุมการจัดพิมพ์ มอบให้อาจารย์ปลั่ง ชื่นกลิ่นธูป เป็นเจ้าพิธีการ เชิญ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ผู้ศรัทธาในหลวงปู่แหวน เป็นประธานฝ่ายฆราวาสประกอบพิธีแผ่เมตตาเหรียญแบบเราสู้
 
         กระทำพิธีแผ่เมตตาอธิษฐานจิตที่ วิหารวัดดอยแม่ปั๋ง วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๒๐ นิมนต์พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน ลงมานั่งแผ่เมตตาตั้งแต่เริ่มพิธีพระเจริญพระพุทธมนต์จนจบ หลวงออกจากสมาธินั่งปรกแล้ว ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้โดยทั่วตลอดทั้งประชาชนผู้เข้าเริ่มพิธี เสร็จแล้วก็มีการแจกให้คณะต่างๆ ที่ไปร่วมพิธี มีนักข่าวหนังสือพิมพ์ที่เชิญไปร่วมพิธี ได้รับแจกไปทั้งเหรียญและรูปเหมือนหลวงปู่
 
         ขณะนั้น กำลังมีการปะทะต่อสู้กันทางชายแดนไทยด้านอรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี นักข่าวและทหารที่ได้รับเหรียญเราสู้ไปเวลานั้น ได้ต่อสู้ผจญภัยในสนามรบอย่างโชกโชนตลอดคืน และปลอดภัยรอดตายมาไดุ้ทุกคน เพราะมีเหรียญเราสู้ประจำตัวอยู่ทุกคน จึงทำให้เหรียญเราสู้โด่งดังไปทั่วทุกหนทุกแห่ง มีประชาชนทุกเพศทุกวัยอยากได้ พากันหลั่งไหลมาขอที่่วัดสัมพันธวงศ์บ้าง ที่วัดดอยแม่ปั๋งบ้าง จนเหรียญไม่พอแจกให้แก่ผู้ต้องการอยากได้
 
 
 
         จำนวนเหรียญ "เราสู้" ที่สร้าง
 
                  - เหรียญโลหะรมดำ    จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญ
 
                  - เหรียญทองคำ         จำนวน ๑๐๑ เหรียญ
 
                  - เหรียญเงิน              จำนวน ๑๙๐ เหรียญ
 
         ได้แจกแบ่งเหรียญ "เราสู้" ไป ดังนี้
 
         ๑. ทูลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๒๒,๕๒๐ เหรียญ และเหรียญทองคำอีกจำนวน ๙ เหรียญ
 
         ๒. มอบให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ จำนวน ๓๐,๐๐๐ เหรียญ
 
         ๓. มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมัคร สุนทรเวช จำนวน ๒๐,๐๐๐ เหรียญ
 
         ๔. มอบให้อธิบดีกรมตำรวจ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ
 
         ๕. มอบให้ผู้บัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน จำนวน ๑๑,๐๐๐ เหรียญ
 
         ๖. นอกจากนี้ ก็แบ่งถวายวัดต่างๆ และผู้มีอุปการคุณในการช่วยออกทุนสร้าง ตามที่แสดงความจำนงไว้อีกจำนวนหนึ่ง
 
         มีเหตุการณ์ที่ควรบันทึกไว้ในที่นี้เกี่ยวกับเรื่องเหรียญ "เราสู้" คือ จำนวนที่มอบให้นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ท่านสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ที่ห้องพระนาค กระทรวงมหาดไทย มีนักเลงดีัหัวแหลม เอาเหรียญปลอมมาแทรกเข้าไว้ในถุงเหรียญเราสู้ ซึ่งบรรจุถุงละ ๑๐๐ เหรียญ ยักเอาเหรียญแท้ออกไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีอยู่หลายถุงด้วยกัน ท่านรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช สมัยนั้นเอาไปแจก เกิดมีคนที่ได้รับแจกไปทักว่า เหรียญปลอม ท่านรัฐมนตรีสมัครสงสัยไม่แน่ใจ จึงมาขอดูแม่พิมพ์เหรียญเราสู้ที่แท้จริง ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่วัดสัมพันธวงศ์ เมื่อท่านดูแล้วจึงรู้ว่าอะไรแท้อะไรปลอม ได้ร้องออกมาว่า เออ ไม่น่าเชื่อ มาเฟียกระทรวงมหาดไทยก็มีเหมือนกัน
 
         อัจฉริยาภาพหลวงปู่
 
         หลวงปู่มีบุญญาธิการอภินิหาร ดลบันดาลอิฏฐผลแก่พุทธศาสนิกชนผู้เคารพนับถือในลักษณะการต่างๆ กัน ผู้ประสบภัยพิบัติหรือได้รับความเดือดร้อนในกรณีต่างๆ กัน เมื่อตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีหลวงปู่เป็นที่พึ่ง คุ้มครองป้องกันหรือสงเคราะห์ช่วยเหลือ ก็เป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับผลสำเร็จดังที่ตนมุ่งมาดปรารถนา ถ้าเป็นผู้มีศรัทธาเชื่อมั่นจริงๆ
 
         ดังผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่ง ได้ประสบมาด้วยตนเอง คราววันงานวิสาขะรำลึก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖
 
         คณะดำเนินงานได้อัญเชิญรูปหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ มาประดิษฐานที่กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชา และมีประชาชนทุกเพศทุกวัย ทั้งในกรุงและหัวเมืองได้มากราบไหว้บูชาคารวะหุุ่นขี้ผึ้ง เป็นจำนวนมากเป็นที่น่าอัศจรรย์
   

รูปหุ่นขี้ผึ้งของ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
นายแพทย์เฉลิม จันทรางสุข เป็นเจ้าภาพจัดสร้าง
จ้างสถาบันมาดามทรูโซ ประเทศอังกฤษ เป็นผู้ปั้น
นำมาประดิษฐานครั้งแรกที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๒


ฯพณฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี
เป็นประธานเปิดนิทรรศการหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ "วันวิสาขบูชารำลึก"
ขณะเดินชมหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ณ กรมประชาสัมพันธ์
เป็นหุ่นขี้ผึ้งหุ่นแรกของพระสงฆ์ไทยในพระพุทธศาสนา
เป็นหุ่นขี้ผึ้งหุ่นแรกของประเทศไทย
 
 
   
         สุภาพสตรีที่กล่าวถึง เป็นคนหนึ่งในจำนวนคนเหล่านั้น ได้ขอพึ่งบารมีหลวงปู่ให้ช่วยเหลือเรื่องหนี้สิน ซึ่งมีอยู่ประมาณหมื่นบาท เธอได้ประสบผลสำเร็จตามความตั้งใจ และได้ไปกราบสมัสการรูปหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ ขณะที่ประดิษฐานอยู่ที่ตึกมงคลวิทยา (หอไตร) วัดสัมพันธวงศ์ ก่อนที่จะอัญเชิญกลับวัดดอยแ่ม่ปั๋ง เป็นทำนองแก้บน ข้าพเจ้าได้สอบถาม เธอได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังพร้อมกับแสดงเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ ที่ได้รับแจกไปให้ดู และตั้งใจจะปิดทองถวายท่านด้วย...
 
         อาคารสุจิณฺโณ
 
         เนื่องจากหลวงปู่มีอายุพรรษาย่างเข้าชราภาพแล้ว คณะศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ มีอาตมาภาพเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ตลอดคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนผู้มีความเคารพนับถือในหลวงปู่ ได้ปรารภกันว่าน่าจะได้จัดหาทุนสร้างอนุสรณ์สถานถวายหลวงปู่ เป็นสาธารณประโยชน์ สำหรับประชาชนทั่วไป ในฐานะที่หลวงปู่เป็นปูชนียบุคคล ของมวลชนทุกหมู่เหล่าทุกเผ่าพันธุ์ ได้ตกลงกันว่า จะสร้างตึกพยาบาลให้โรงพยาบาลเชียงใหม่ โดยขอสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน คิดกันว่าจะหาทุนให้ได้สัก ๓๐ ล้านบาท เป็็นค่าสร้างอาคารเสียประมาณ ๒๐ ล้านบาท เหลือจากนั้น ตั้งเป็นมูลนิธิในนามของหลวงปู่ สำหรับตึกพยาบาลนั้น
 

อาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
   

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ วาสนมหาเถระ วัดราชบพิธฯ
สมเด็จพระสังฆราช ประพรมน้ำพระพุทธมนต์
ในพิธีเริ่มก่อสร้างอาคารสุจิณฺโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ผู้เป็นศิษย์
ขณะเข็นรถนำหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ชมอาคารสุจิณฺโณ
ที่จัดสร้างในคราวฉลองอายุวัฒนมงคล ๙๖ ปี ของหลวงปู่
   

พระธรรมบัณฑิต (เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ องค์กลาง
พระครูปลัดเมธาวัฒน์ (ครูวิมลญาณอุดม ชินเทพ ชินเทโว) ซ้าย และ พระครูวิบูลสีลวงศ์ (พระพรหมเมธี จำนงค์ ธมฺมจารี) ขวา
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดสร้างอาคารสุจิณฺโณ ณ ห้องประชุมตึกมงคลวิทยา วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

 
         โดยคณะกรรมการดำเนินงานเสนอเรื่องนี้ ไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เขาตอบมาว่าไม่มีสถานที่จะจัดสร้าง แต่ทางคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีโครงการที่จะสร้างตึกพยาบาลหลังหนึ่ง ตั้งงบประมาณไว้ ๘๐ ล้านบาท ถ้าทางคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่ จะร่วมทุนแล้วสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันก็ยินดีต้อนรับ จึงตกลงร่วมกัน โดย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ปวารณาต่อหลวงปู่รับจัดสรรงบประมาณภาครัฐบาลร่วมจัดสร้าง ทางเราเพียงแต่ขอชื่อตึกเป็นฉายาหลวงปู่แหวน จึงได้ร่วมมือกันจัดดำเนินการจัดหาทุน ทั้งทางกรุงเทพฯ-ทางเชียงใหม่-ทางรัฐบาล และประชาชนโดยทั่วไป
 
         ประมาณกันว่า สักร้อยกว่าล้านบาทก็จะสำเร็จ แต่เวลาประมูลก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังของโรงพยาบาล ราคากเข้าไปสองร้อยสิบกว่าล้าน ข้าพเจ้าซึ่งเป็นประธานฝ่ายบรรพชิตไม่มีปัญญาที่จะหาเงินเป็นล้านๆ ได้ แล้วแต่บารมีหลวงปู่ พอดีขณะนั้น ท่านพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี รับแบ่งเบาภาระ โดยจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินส่วนที่เกินจากจำนวนที่ตั้งงบไว้เดิมเพิ่มเิติม ช่วยเหลือจนสำเร็จเป็นตึกอาคารสุจิณฺโณ ๑๕ ชั้น ดังปรากฏแก่ทุกท่านที่โรงพยาบาลสวนดอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อหลวงปู่อาพาธ ก็ได้ไปพักอาศัยให้แพทย์รักษาพยาบาลจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของหลวงปู่ และเป็นสถานที่อำนวยประโยชน์มหาศาลถาวรตลอดกาล...
 
         อ้างอิงเนื้อหานี้ บันทึกคำปรารภของ พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เจ้าคณะภาค ๑๑ (ธรรมยุต) กรรมการมหาเถรสมาคม วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๐ (ปัจจุบัน ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์")์ จากหนังสืออนุสรณ์ ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ พระคุณเจ้า หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๐ จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสุจิณฺโณอนุสรณ์
 
 
บันทึกจาก ประวัติ พระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร)
อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
จากหนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร) ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙

 

พระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร) แถวยืนองค์แรกจากซ้าย
ภาพนี้ บันทึกขณะดูแลหลวงปู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่



บันทึกลายมือของท่านพระครูธรรมคุณาลังการ หลังภาพด้านบน
 

         พ.ศ. ๒๕๑๒ พระครูธรรมคุณาลังการ (นาค อตฺถวโร) ได้ทราบปฏิปทาสัมมาปฏิบัติของ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ จากท่านพระอาจารย์หนู สุจิตฺโต วัดดอยแม่ปั๋ง ซึ่งได้เดินทางมาอุปัฏฐาก ท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี (เฉย ยโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ รูปที่ ๑๐ ซึ่งอาพาธอยู่ในขณะนั้น

         ต่อมาท่านพร้อมกับพระเถระสหธรรมิก ๒ รูป คือ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) วัดสัมพันธวงศ์ พระครูวินัยธร ชม ปญฺญาธิมุตฺโต วัดพุทธวิมุตติวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปกราบหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ถวายตัวเป็นศิษย์ปฏิบัติธรรมในสำนักของหลวงปู่ เป็นศิษย์ที่ใกล้ชิดและปฏิบัติตามโอวาทของหลวงปู่ด้วยความเคารพเลื่อมใสตลอดมา

          เกือบทุกปีเมื่อออกพรรษารับกฐินที่วัดสัมพันธวงศ์แล้ว ท่านจะเดินทางไปปฏิบัติกรรมฐานและอุปัฏฐากหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ รับโอวาทคำสอนและจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ภายหลังได้มอบต้นฉบับชีวประวัติและการปฏิบัติธรรม ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ให้วัดสัมพันธวงศ์จัดพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก การจัดพิมพ์ของสำนักอื่นนอกนั้น ส่วนมากได้ใช้ข้อมูลจากหนังสือเล่มนี้เป็นหลักฐานอ้างอิง

          พ.ศ. ๒๕๒๗ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ อาพาธหนัก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ท่านได้เฝ้าอุปัฏฐากจนถึงวันหลวงปู่มรณภาพ ร่วมกับคณะสงฆ์และทางราชการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ และงานพระราชทานเพลิงศพ


พระครูธรรมคุณาลังการ (พระอาจารย์นาค)(ซ้ายสุด) ขณะดูแลหลวงปู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง
ส่วนผู้ที่กำลังประคองหลวงปู่อยู่นั้น ปัจจุบัน คือ พระครูโอภาสสมาจาร (อบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
   
พระครูธรรมคุณาลังการ (พระอาจารย์นาค) ขณะดูแลหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
พร้อมกับพระคิลานุปัฏฐาก ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

          ภายหลังหลวงปู่มรณภาพแล้ว ท่านช่วยดูแลพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารของหลวงปู่ ได้รวบรวมชีวประวัติและคำสอนของหลวงปู่ รวมถึงพระธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ลงวีดีโอซีดี เผยแพร่แก่สาธุชนที่เดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์ที่วัดดอยแม่ปั๋ง

         (ผู้จัดทำข้อมูลได้มีโอกาสฟังเสียงพระธรรมเทศนาของหลวงปู่ จาการที่ท่านพระอาจารย์นาค ท่านได้ให้ช่วยแปลงเสียงจากเทปบันทึกเสียงลงซีดี และเห็นภาพเก่าๆ ที่ไม่เคยเห็นในสื่อไหนจากการเก็บไว้ของท่าน ปัจจุบัน สื่อที่ตัดต่อดังกล่าว ท่านพระอาจารย์นาคได้นำไปถวายไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่ที่วัดดอยแม่ัปั๋ง เสียงบันทึกระบบดิจิตอลและภาพวีดีโอ ที่ท่านได้ัฟังและชมที่พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง ได้มาจากการเก็บรักษาและถวายของพระอาจารย์นาคนี้เอง)

         ครั้งล่าสุด ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้จัดหาทุนเปลี่ยนสายไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ในอาคารพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด และในวัดบางส่วนใช้ทุนประมาณสองแสนบาทเศษ

         พ.ศ. ๒๕๔๘ เมื่อท่าน พระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (หนู สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแก่มรณภาพ ท่านเป็นกำลังสำคัญในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ตั้งแต่มรณภาพจนถึงวันออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ...

 
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด