แนะนำสถานที่สำคัญในวัด : พระอุโบสถสามชั้น
โรงเรียนพระปริยัติธรรม ศาลาการเปรียญ และพระอุโบสถ
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร (วัดเกาะ เยาวราช)
แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
 
 

         วัดสัมพันธวงศ์ แม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก แต่เนื่องจากทางวัดได้ส่งเสริมการศึกษา และการปฏิบัติธรรม และจัดระเบียบการปกครองภายในวัดอย่างรัดกุม ผลจึงปรากฏว่า ได้มีพระภิกษุสามเณรจากทุกภาคในประเทศไทย มาอยู่จำพรรษาที่วัดนี้มากขึ้นโดยลำดับ ทำให้เสนาสนะที่อยู่อาศัยแออดัยัดเยียดเป็นอันมาก

         อนึ่ง เนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า มีประชาชนและบ้านเรือนหนาแน่น ทางวัดได้เพียรพยายามทุกวิถีทางที่จะขยายเสนาสนะ ตลอดจนพระอุโบสถและพระวิหาร ให้ได้ส่วนสัมพันธ์กับพระภิกษุสามเณรและให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ก็ไม่อาจกระทำได้ เพราะการเจรจาตกลงกับประชาชนผู้อยู่อาศัยในที่ธรณีสงฆ์รอบ ๆ วัด กระทำได้โดยยากมาก จนกระทั่งมาในสมัยรัฐบาลของ ฯ พล ฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ นายกรัฐมนตรี ได้กรุณารับเป็นประธานปรับปรุงวัดนี้ด้วย โครงการปรับปรุงทั้งภายในวัดและในที่ธรณีสงฆ์ จึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังและก้าวหน้ามาโดยลำดับ

         การปรับปรุงครั้งนี้ ทางวัดได้วางผังสิ่งปลูกสร้างภายในวัดใหมท่แทบทั้งหมด หน้าวัดเดิมหันลงทางแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะได้หันไปทางถนนทรงสวัสดิ์ต่อไป ในการวางผังปรับปรุงสิ่งก่อสร้างภายใน คณะกรรมการเห็นว่า พระอุโบสถและพระวิหารเดิม ซึ่งสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงสร้างไว้นั้น มีอายุ ๑๖๗ ปีแล้ว (นับที่ พ.ศ.๒๕๐๖) จึงชำรุดทรุดโทรมมาก และมีขนาดเล็ก ไม่พอปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุ-สามเณร จึงควรจัดสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับความเจริญของวัดในยุคปัจจุบัน จึงได้จัดสร้างขึ้น


พระอุโบสถสามชั้น ถ่่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จใหม่ ๆ

         พระอุโบสถหลังนี้มีขนาดกว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๙ เมตร สูง ๓๙ เมตร และโดยที่บริเวณวัดมีเนื้อที่จำกัดเพียง ๒๑ ไร่ แบ่งเป็นที่จัดผลประโยชน์เสีย ๑๑ ไร่เศษ ก็คงเป็นสังฆาวาสและพุทธาวาสเพียง ๘ ไร่เศษที่สังฆาวาสนี้ก็ได้จัดสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ไว้มากพอแล้ว ไม่มีที่พอที่จะจัดสร้างโรงเรียนพระปริัยัติธรรม และศาสนาการเปรียญใหม่ได้

         ดังนั้น การสร้างพระอุโบสถครั้งนี้ จึงได้สร้างให้เป็น ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ ใช้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาิทิตย์ สำหรับเยาวชนและประชาชน รวมทั้งห้องแสดงพิพิธภัณฑ์ของวัด ชั้นที่ ๒ ใช้เป็นหอประชุมหรือศาลาการเปรียญ ชั้นที่ ๓ เป็นพระวิหารและพระอุโบสถ สำหรับทำสังฆกรรม

       การสร้างพระอุโบสถหลังนี้ จึงเท่ากับเป็นการสร้างโรงเรียนและศาลาการเปรียญของวัดด้วย โดยใช้งบประมาณการก่อสร้าง จำนวน ๓,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (ตามการประเมินราคาในสมัยนั้น)

 


   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   

เดิมองค์พระประธานจากพระอุโบสถหลังเดิม
ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ล่าง

พ.ศ. ๒๕๕๑ ย้ายพระประธานจากพระอุโบสถหลังเดิม
ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์บน
   

พระประธานประดิษฐานอย่างสวยงามภายในพระอุโบสถชั้นที่ ๓
   
หมายเหตุ :

- ภาพพระอุโบสถนี้ ถ่ายในหลายคราว หลายงาน รวม ๆ เก็บไว้ วันที่การถ่ายภาพเหล่านี้แตกต่างกัน
 
-------------------
 
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด