เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับองค์พระประธาน
"พระพุทธนราสภะทศพล" และ "พระศรีสุทธิสัมพันธ์"
องค์พระประธานประจำพระอุโบสถ ชั้น ๓
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
 
 
พระพุทธนราสภะทศพล
พระพุทธรูปที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถหลังเดิม ไม่ปรากฏพระนาม
ต่อมา ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ นิทฺเทสกเถร ได้ถวายพระนามว่า "พระพุทธนราสภะทศพล"
ปัจจุบัน ประดิษฐานเป็นองค์พระประธานคู่กับ "พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์" ในพระอุโบสถชั้น ๓

 
 

          พระพุทธรูปที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถเดิมไม่ปรากฏพระนาม ต่อมา ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ นิทฺเทสกเถร อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ รูปที่ ๙ ได้ถวายพระนามว่า "พระพุทธนราสภะทศพล"

          บนฐานแท่นชุกชีที่พระพุทธรูปประทับนั่งลดหลั่นกันลงมาเป็น ๓ องค์ มีพระอัครสาวกยืนซ้ายขวา ๒ องค์ พระอัครสาวกนั่งซ้ายขวา ๔ องค์ รวมบนฐานชุกชีมีพระทั้งหมด ๙ องค์

          สำหรับพระประธานองค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปทีสร้างด้วยไม้ เป็นซุงคว้านไส้กลวง ภายนอกถือปูนทับ พระพาหาเป็นไม้ทั้งลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าพระเพลากว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ๑๑ นิ้ว สูงแต่ที่ประทับสุดพระรัศมี ๔ ศอก ๒ นิ้วครึ่ง

          พระพุทธรูปองค์รองลงมาซึ่งเป็นองค์กลาง ห้าพระเพลากว้าง ๒ ศอก ๕ นิ้ว ปางมาวิชัย ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง องค์ล่าสุดเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ หน้าพระเพลากว้าง ๑ ศอก ๕ นิ้ว ใต้ฐานองค์พระโปร่ง มีพระมงกุฎ เครื่องราชูปโภคเบญจราชกกุธภัณฑ์ จำลองเป็นส่วนเล็ก ทำด้วยทองคำ สำหรับพระมงกุฎภายในและบริเวณรอบๆบรรจุพระอังคารของสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ยอดพระมงกุฎบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๒ องค์ โดยมีผอบเป็นแก้วครอบอีกชั้นหนึ่ง

          เดิมที่เดียวทางวัดเองก็ไม่ทราบว่ามีสิ่งต่างๆ และพระองคารบรรจุอยู่ภายใน ต่อมาในวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๒ หม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ (หม่อมมารดาของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์) ผู้เป็นกุลทายาทในสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงพิทักษ์มนตรี ผู้สถาปนาวัดนี้ ได้มาบำเพ็ญกุศลฉลองชนมายุครบ ๗ รอบ ที่พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ

์          ก่อนที่พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ หม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ ได้แจ้งแก่ทางวัดว่าประสงค์จะบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจ สดับปกรณ์พระอังคารสมเด็จเจ้าฟ้าฯ ผู้ทรงเป็ตนต้นราชสกุลของท่าน โดยให้พนักงานโยงผ้าภูษาโยงไปที่พระพุทธรูปองค์ล่างสุด โดยทานกล่าวยืนยันเป็นแม่นยำว่าพระพุทธรูปองค์นี้ภายในบรรจุพระอังคารของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมหลวงพิทักษ์มนตรี ต้นราชสกุล "มนตรีกุล" สำหรับพระอัฐินั้นประดิษฐานอยู่ที่หอพระนาก ในพระบรมมหาราชวัง (ซึ่งแต่เดิมที่เดียวประดิษฐานอยู่ที่วังหน้าจนหอชำรุดรื้อลงในรัชกาลที่ ๕ จึงได้เชิญไปไว้ที่หอพระนาก)

          ดังนั้น ในคราวอัญเชิญพระพุทธรูปจากพระอุโบสถหลังเดิมขึ้นไปประดิษฐานบนพระอุโบสถหลังใหม่ ได้พบปูชนียวัตถุต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้น จึงนับว่าหม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ ท่านมีความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของต้นสกุลท่านเป็นเยี่ยม แม้จะมีอายุชราถึง ๘๔ พรรษา (ขณะที่มาบำเพ็ญกุศลในวันนั้น)

          สำหรับแผ่นเงิน แผ่นนาก และแผ่นทองคำ ที่พบรวมอยู่กับพระมงกุฎ ได้จารึกอักษรขอม กล่าวถึงพระสูตร พระอภิธรรมต่างๆ ซึ่งบรรดาของมีค่าเหล่านั้น ทางวัดได้เก็บรักษาได้วเป็นอย่างดี เพื่อที่จะนำเข้าบรรจุไว้ในพระพุทธรูปองค์เดิมที่พบโดยจะได้บำเพ็ญกุศลถวายเป็นกรณีพิเศษ ตามพระประสงค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ มีพระประสงค์ในคราวที่พระเทพปัญญามุนี (ปัจจุบันได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรเถระ) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน และคณะได้นำสิ่งต่างๆไปถวายที่วังเพื่อของพระวินิจฉัยในอันที่ปฏิบัติต่อปูชนียวัตถุนั้น ทั้งนี้โดยที่พระวรวงศ์บพิตร เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นกุลทายาทผู้สูงศักดิ์ และทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์อุปถัมภ์ของวัดสัมพันธวงศ์มาเป็นเวลาช้านาน

พระพุทธรูปประทับนั่งลดหลั่นกันลงมาเป็น ๓ องค์ ในพระอโบสถหลังเดิม "พระพุทธนราสภะทศพล" ประดิษฐานอยู่บนสุด
มีพระอัครสาวกยืนซ้ายขวา ๒ องค์ พระอัครสาวกนั่งซ้ายขวา ๔ องค์ รวมบนฐานชุกชีมีพระทั้งหมด ๙ องค์



การนำ "พระพุทธนราสภะทศพล" ขึ้นตั้งประดิษฐาน
ในพระอุโบสถหลังใหม่ (ชั้น ๓) ในคราวแรก
ได้มีการนำขึ้นประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ล่าง

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการบูรณะฐานพระประธานใหม่
มีการสลับตั้งองค์พระประธานใหม่
โดยนำ "พระพุทธนราสภะทศพล" ขึ้นประดิษฐานด้านบน
 

          ส่วนพระประธานองค์ใหญ่ ขณะที่สกัดทากรเคลื่อนย้าย ได้พบพระเครื่องเนื้อชินเงินพิมพ์ต่างๆ บรรจุอยู่ในองค์พระและใต้ฐานพระเป็นจำนวนมากนับเป็นหมื่นองค์ พระเครื่องชุดนี้ตามที่ปรากฏหลักฐานจากท่านผู้มีความรูทางโบราณคดีแจ้งว่า พระชุดนี้สร้างในสมัยเดียวกันกับกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเมื่อสร้างแล้วนำมาบรรจุไว้ตามซุ้มกำแพงแก้วบ้าง ในองค์พระเจดีย์บ้าง ในองค์พระประธานบ้าง

          พระกุรุที่บรรจุอยู่ตามซุ้มประตูกำแพงแก้ว และในพระเจดีย์ ทางวัดได้เคยเปิดกรุนำออกแจกจ่ายแก่ประชาชนสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ อีกครั้งหนึ่ง และนำออกในคราวรื้อซุ้มประตูเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ เป็นครั้งสุดท้าย การนำออกจากซุ้มประตูแต่ละคราวก็เจ้าเป็นซุ้มๆเฉพาะที่ต้องการ ซุ้มไหนยังไม่ได้เจาะก็ให้คงไว้ เหลือมาถึงในคราวสุดท้ายที่ทำการรื้อกำแพงแก้ว ส่วนที่บรรจุอยู่ในองค์พระประธานและฐานพระ

ส่วนหนึ่งของพระกรุที่ได้ค้นพบ ขณะนี้ยังพอมีให้พุทธศาสนิกชนบริจาคบูชาที่ห้องวัตถุมงคลของวัด

          แต่เดิมทางวัดเองก็ไม่ทราบว่ามีพระเครื่องบรรจุอยู่ มาเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ทางวัดได้ดำเนินการอัญเชิญพระประธานจากพระอุโบสถเดินขืนพระอุโบสถหลังใหม่มีการสกัดฐานเพื่อสกัดฐานเพื่อใช้รถยกพระประธานขึ้น จึงได้พบพระจำนวนมา มีพิมพ์ต่างๆ คือ

          ๑. พระทากระดาน เกศบัวตูม (มีทั้งพิมพ์ใหญ่-พิมพ์เล็ก)
          ๒. พระปางห้ามญาติ ยกพระหัตถ์ซ้ายบ้าง ยกพระหัตถ์ขวาบ้าง
          ๓. พระปางปรกโพธิ์
          ๔. พระปางห้ามสมุทร ยกพระหัตถ์ทั้งสองข้าง
          ๕. พระปางไสยาสน์
          ๖. พระปางทรงเครื่อง หรือที่นักสะสมพระเรียกว่า พระทรงธิเบต

          พระเครื่องทั้งหมด มีชนิดปิดทองก็มี ชนิดอาบปรอทก็มี ทางวัดได้นำออกให้ประชาชนบูชาเพื่อนำทุนทรัพย์สมทบทุนในการสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๑๕ มีประชาชนสนใจบูชาไปเป็นจำนวนมาก


พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์
พระพุทธปฏิมา สำหรับเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถหลังใหม่
เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้าง ๒ ศอกคืบ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์แบบประยุกต์
ปางสมาธิ ห่มจีวรริ้วทาบผ้าสังฆาฏิ ขัดเงา แล้วลงลักปิดทอง
 
 

               วัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) หลังเจ็ดชั้น ถนนทรงสวัสดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ต้นราชสกุล "มนตรีกุล" ผู้มีพระศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเกาะใหม่ทั้งอาราม เมื่อบูรณะปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแต่ พ.ศ. ๒๓๓๙ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า "วัดเกาะแก้วลังการาม" ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ ๔ โปรดเกล้าฯ พระราชทนชื่อวัดเกาะแก้วลังการามใหม่ว่า "วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร" นับแต่ปีบูรณะถึงปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๑๗) วัดนี้มีอายุ ๑๗๘ ปี

               เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ พระมหารัชชมังคลาจารย์ (เทศ นิทฺเทสกเถร) อดีตเจ้าอาวาส ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้รื้อพระอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดมาก แล้วจัดสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่แบบจตุรมุข ทรงไทย สูง ๓ ชั้น ซึ่งเป็นพระอุโบสถหลังแรกของเมืองไทยที่แปลกไปจากอารามอื่น ๆ ต่อมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ และในปี พ.ศ.๒๕๑๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระปรมาภิไธย "ภ.ป.ร." ประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถด้านหน้า ซึ่งบัดนี้ การก่อสร้างทั้งปวงเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

               พ.ศ. ๒๕๑๗ ทางวัดได้กำหนดงานพุทธาภิเษกโลหะวัตถุ เพื่อหล่อสร้างพระพุทธปฏิมา สำหรับเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้าง ๒ ศอกคืบ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์แบบประยุกต์ ปางสมาธิ ห่มจีวรริ้วทาบผ้าสังฆาฏิ ขัดเงา แล้วลงลักปิดทอง ในวันเททอง ทางวัดได้ทูลอาราธนา เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย และพระองค์ท่านได้เมตตาขนานพระนามของพระประธานองค์หล่อขึ้นนี้ว่า "พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์"


พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์ (องค์ล่าง) พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ
ตั้งประดิษฐานในพระอุโบสถหลังใหม่คู่กับ "พระพุทธนราสภะทศพล" พระประธานจากพระอุโบสถหลังเดิม
     

พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์

สมเด็จพระสังฆราชทรงถวายพระนาม

สวยงามสมเป็นพระปฏิมาสำคัญ

               สำหรับกำหนดงานพิธีหล่อองค์พระประธานโลหะนี้ กำหนดดังนี้

               วันเสาร์ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๗ เวลา ๑๗.๒๐ น. อุดมฤกษ์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัยและมีนั่งปรกพระเกจิอาจารย์สวดพุทธาภิเษก

               วันอาทิตย์ที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๑๗ เวลา ๑๔.๑๒ น. ปฐมฤกษ์ สมเด็จพระสังฆราช ทรงเททองหล่อสร้างพระประธานและพระพุทธรูปบูชา

               พระประธานองค์หล่อด้วยโลหะใหม่นี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วาสนมหาเถระ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงถวายพระนามว่า "พระพุทธศรีสุทธิสัมพันธ์"

 
หมายเหตุเกี่ยวพิธีพุทธาภิเษกและเททองหล่อพระประธาน วันที่ ๓ - ๔ สิงหาคม ๒๕๑๗
 

               ในดิถีมงคลพิเศษนี้ พระเทพปัญญามุนี เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน (ปัจจุบันได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์") ร่วมกับ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ องค์อุปถัมภ์ของวัดและประธานที่ปรึกษา ได้จัดสร้างพระพุทธรูปบูชาจำลองแบบจากพระประธานที่หล่อใหม่นั้น มีขนาด ๕ นิ้ว ๙ นิ้ว จำนวน ๒,๕๑๗ องค์ ที่ฐานผ้าทิพย์ด้านหน้าประดับตราวัดสัมพันธวงศ์ ด้านหลังส่วนฐานทางวัดได้รับเมตตาจากหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ปลุกเสกแหวนลงยาจารึกฉายาสุจิณฺโณที่หัวแหวน ประดับไว้ในที่อันควรอีกส่วนหนึ่งด้วย

               การหล่อสร้างพระพุทธปฏิมาประธานและหล่อสร้างพระพุทธรูปบูชานี้ ทางวัดได้นำแผ่นทองไปถวายท่านเจ้าอาวาสพระอารามหลวงในกรุงเทพมหานคร ๗๙ วัด และถวายพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณในภาคต่าง ๆ ของประเทศอีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้ลงอักขระและเลขยันต์ปลุกเสกตามถนัดของแต่ละอาจารย์ เสร็จแล้วนำไปถวายขอเมตตาจาก หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ให้บริกรรมภาวนาปลุกเสกแผ่นทองนั้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาเข้าพิธีพุทธาภิเษกในวันเสาร์ที่ ๓ สิงหาคม ศกนี้ เพื่อหลอมหล่อเจือปนในพระพุทธปฏิมาประธาน และพระพุทธรูปบูชาจำลองนั้น ๆ ในวันเททอง ทางวัดได้ทูลอาราธนา เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย และทรงเททอง

               ทุนทรัพย์ที่ท่านบริจาคบูชาปูชนียวัตถุต่าง ๆ นี้ ทางวัดจะได้นำไปสมทบการก่อสร้างพระอุโบสถส่วนที่ยังค้างให้สำเร็จเรียบร้อยต่อไป

               ฉะนั้น ปูชนียวัตถุที่เปิดใ้ห้บูชาในดิถีมงคลพิเศษนี้ คือ พระพุทธรูปบูชาจำลอง ๕ - ๙ นิ้ว และพระเครื่องของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ซึ่งได้อนุญาตให้วัดจัดสร้างหลายาชนิด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ปลุกเสกครั้งที่ ๑ เมื่อวันมาฆบูชา ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ เมื่ออายุครบ ๗ รอง ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๗ รายการปูชนียวัตถุที่ให้บูชาในดิถีมงคลดังกล่าว คือ

  ๑. พระพุทธรูปบูชา ขนาด ๕ นิ้ว สร้างจำนวน ๑,๕๑๗ องค์
๒. พระพุทธรูปบูชา ขนาด ๙ นิ้ว สร้างจำนวน ๑,๐๐๐ องค์
๓. เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ชนิดกลมใหญ่และกลมเล็ก คือ
  - เหรียญพระแก้วมรกต (มณีรัตนะ)
- รูปเหมือนหลวงปู่แหวน นั่งในกลีบบัวบาน บรรจุเกศา
- รูปเหมือนหลวงปู่แหวน นั่งในกลีบบัวตูม บรรจุเกศาชนิดผง
- สมเด็จพพิมพ์พิเศษมหาพุทธานุภาพ
- สมเด็จมหาสิทธิโชค
- สมเด็จผงใบลานชาญวิทยา
- สมเด็จพิมพ์หูบายศรีมีเสน่ห์
- สมเด็จพิมพ์หูยานอยู่ยงคงกระพัน
- สมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ยอดคุ้มครอง
- สมเด็จพิมพ์ซุ้มทรงยันต์กันภัย
- สมเด็จพิมพ์นางพญามหาเสน่ห์
- สมเด็จทุ่งเศรษฐีทวีทรัพย์
- สมเด็จพิมพ์คะแนนปรกโพธิ์ยอดคุ้มครอง
- สมเด็จพิมพ์คะแนนปรกโพธิ์ยอดคุ้มครอง
- สมเด็จพิมพ์ทรงนิยมเมตตาบารมี
- พระรอดปลอดภัยอันตราย
- พระซุ้มกอหลวงปู่แหวนแสนสุข
- เหรียญพระประธานยุคเชียงแสนวัดดอยแม่ปั๋ง ฉลองอายุ ๘๔ ปี
- เหรียญเพิ่มยศของอดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (เสก ๑ ไตรมาส ๒๕๑๖)
- รูปเหมือนหลวงปู่แหวนยืนหลังรางปืน ฉลองอายุ ๘๔ ปี
- เหรียญมหามงคล (พระมหารัชชมังคลาจารย์) ซึ่งหลวงปู่แหวนให้จัดสร้าง
- รูปหล่อโลหะหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ๕ นิ้ว
- ตราวัด สำหรับกลัดเนคไท หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้กรุณาแผ่เมตตาให้

 
               สำหรับการจองพระพุทธรูปบูชา ๕ - ๙ นิ้ว ได้มีการบรรจุดินสังเวชนียสถาน ที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม ปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย ซึ่งท่านเจ้าอาวาส ได้นำมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้แก่ผู้ที่แจ้งความประสงค์ไว้ด้วย
 

พระพุทธศรีสุทธสัมพันธ์จำลอง ด้านหน้า

พระพุทธศรีสุทธสัมพันธ์จำลอง ด้านหลัง
 
     

เอกสาร ๑

เอกสาร ๒

เอกสาร ๓
 

เอกสาร ๔

เอกสาร ๕

 เอกสารอ้างอิง

- เอกสาร พิธีพุทธาภิเษกและเททองหล่อพระประธาน พ.ศ. ๒๕๑๗

 
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด