ประวัติถนนเยาวราช
 
 

ิถนนเยาวราช เป็นถนนที่ใช้เวลาในการตัดถนนให้เสร็จสมบูรณ์นานถึง 8 ปี คือ ตั้งแต่ ปีพุทธศักราช 2435 ถึง 2443 เริ่มตั้งแต่คลองรอบกรุงต้องข้ามป้อมมหาไชยตัดลงไปทางทิศใต้บรรจบ ถนนจักรวรรดิ เรียก สี่แยกวัดตึก ผ่านถนนราชวงศ์เรียกสี่แยกราชวงศ์ ตรงไปบรรจบถนนเจริญกรุงก่อนถึงวัดไตรมิตรฯ ยาว 1,410 เมตร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตามโครงการถนนอำเภอสำเพ็ง ซึ่งเป็นนโยบายสร้างถนนในท้องที่ที่เจริญแล้ว เพื่อส่งเสริมการค้าขาย เป็น 1 ใน 18 ถนนที่สมเด็จ ฯ กรมเจ้าพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กราบบังคมทูลว่า จะสร้างถนนใน พ.ศ.2434 โดยให้ชื่อว่าถนนยุพราชต่อมาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อถนนว่า ถนนเยาวราช

ปรากฎจากหลักฐานเอกสารของกรมโยธาธิการว่าการสร้างถนนเยาวราชประสบอุปสรรคหลาย ประการเนื่องจากมีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่น นับแต่เริ่มกรุยทางใน พ.ศ. 2435 จนถึง พ.ศ.2438 เพราะกระทรวงโยธาธิการ ต้องการที่ดินเพื่อสร้างถนนให้แล้วเสร็จ แต่แรกพระองค์ทรงโปรดที่จะไม่ต้องพระประสงค์ตัดถูกที่ดินของชาวบ้าน โดยเดิมน่าจะมีแนวอยู่แล้วซึ่งอาจเป็นทางเกวียนหรือแนวทางเดิน ขณะที่ทางกระทรวงนครบาลพยายามที่จะให้ราษฎรได้รับเงินค่าที่ดินจากรัฐบาลให้เรียบร้อย จนกระทั่งในปี พ.ศ.2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ดำเนินการถ้า เจ้าของที่ดินผู้ที่ไม่ยอมรื้อถอนอาคารออกให้กระทรวงนครบาลเป็นผู้ฟ้องกรมอัยการ ทำให้การตัดถนนเยาวราชดำเนินการต่อไปได้ ในเดือนกรกฎาคม 2443 กระทรวงโยธาธิการได้ขยายถนนเยาวราชออกเป็น 12 วา ในที่ที่ยังว่างอยู่ และเนื่องจากถนนสายนี้มีการก่อสร้างอาคารขึ้นตามริมทางแล้ว ทางการจึงต้องรีบขุดรางน้ำ และถมปลายถนน ปลูกต้นไม้ห่างจากริมถนน 10 ศอก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชวินิจเพิ่มเติมว่า เนื่องจากถนนตอนบนขยายไม่ได้ ขยายได้แต่ตอนล่างซึ่งเป็นที่ว่าง การแก้ท่อน้ำจึงต้องค่อย ๆ แปรให้กว้างออกไป การตัดถนนเยาวราชจึงสำเร็จเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังคงไว้ตามพระราชองค์การดำรัสเหนือเกล้า ฯ ประกาศกรมโยธาธิการ ณ วันที่ 30 มกราคม รัตนโกสินทร์ศก 110 (พ.ศ. 2423) ทำให้ถนนเยาวราชเป็นไปแบบคดไปเคี้ยวมา การตัดถนนเยาวราชปรากฎใน ราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ 410 ถึง 411 เล่มที่ 8 วันที่ 30 มกราคม รัตนโกสินทร์ศก 110 ต่อไปนี้ ขอนำเสนอรายละเอียดการก่อสร้างถนนเยาวราช ดังนี้

 
ถนนเยาวราช เริ่มตั้งแต่ถนนจักรเพชรถึงถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร. บริเวณถนนเยาวราช มีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นย่านการค้า รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองด้วย
 
  


ถนนเยาวราชเป็นถนนที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามโครงการถนนอำเภอสำเพ็งซึ่งเป็นนโยบายสร้างถนนในท้องที่ที่เจริญแล้วเพื่อส่งเสริมการค้าขาย สำเพ็งเป็นย่านการค้าที่เจริญมากแห่งหนึ่งนอกเหนือจากบริเวณถนนเจริญกรุงแล้ว ทำให้มีพระราชดำริที่จะสร้างถนนให้มากขึ้น ถนนเยาวราชเป็น 1 ใน 18 ถนนที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ขณะดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการเสนอให้สร้าง เช่น ถนนจักรวรรดิ ถนนราชวงศ์ ถนนอนุวงศ์

ถนนเยาวราชเริ่มตั้งแต่คลองรอบกรุงตรงข้ามกับป้อมมหาไชยตัดลงไปทางทิศใต้บรรจบกับถนนราชวงศ์ซึ่งสร้างแยกจากถนนเจริญกรุงตรงไปฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ท่าราชวงศ์) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์กราบบังคมทูลว่าจะสร้างถนนใน พ.ศ. 2434 โดยให้ชื่อถนนว่า ถนนยุพราช ต่อมาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่าถนนเยาวราช และในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2434 ได้มีพระบรมราชโองการให้ออกประกาศกรมโยธาธิการแจ้งให้ราษฎรทราบว่า การตัดถนนเยาวราชเนื่องจากมีพระราชประสงค์จะให้บ้านเมืองเจริญและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปเพื่อมิให้ราษฎรพากันตกใจขายที่ดินไปในราคาถูก เพราะเข้าใจว่าจะซื้อเป็นของหลวง หรือบางทีเข้าใจว่าการชิงขายเสียก่อน ถึงจะได้ราคาน้อยก็ยังดีกว่าจะสูญเปล่า และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตึกที่ยื่นล้ำเข้ามาในแนวถนนไม่เกินกว่า 1 วา ไม่ต้องรื้อถอนด้วย

ปรากฏในเอกสารของกรมโยธาธิการว่าเมื่อเจ้าพนักงานไปวัดที่ตัดถนนบริเวณตำบลตรอกเต๊านั้น ราษฎรร้องเรียนว่าเจ้าพนักงานไม่ยุติธรรมเพราะถ้าวัดปักไม้ถูกบ้านของผู้มีบรรดาศักดิ์ก็จะเลี่ยงไปปักที่ใหม่ถูกแต่ที่ราษฎรทั้งสิ้น ทำให้แนวถนนไม่ตรง ราษฎรที่ตรอกเต๊าจึงมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณา พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์จึงเสนอให้มีเงินค่าเวนคืนที่ดิน หรือคำทำขวัญขึ้นเช่นเดียวกับที่คนในบังคับต่างประเทศได้รับ โดยได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลเมื่อ พ.ศ. 2477 และได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษาในที่ประชุมรัฐมนตรีสภา ซึ่งมีพระราชดำรัสว่า "ถนนสายเดียวซึ่งผู้ที่ไม่ได้ขัดขวางยอมให้ทำล่วงไปแล้วจะไม่ได้รับรางวัล จะได้แต่ผู้ที่ร้องขัดขวางเช่นนี้ก็เป็นที่น่าสงสารอยู่" แต่อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเห็นชอบในการจ่ายค่าที่ดินแก่คนไทยเช่นเดียวกับคนในบังคับต่างประเทศเพื่อคนไทยจะได้ไม่เสียเปรียบคนต่างประเทศ

  

การสร้างถนนเยาวราชประสบอุปสรรคหลายประการนับแต่เริ่มกรุยทางใน พ.ศ. 2435 จนถึง พ.ศ. 2438 ก็ยังไม่เสร็จเพราะนอกจากราษฎรจะขัดขวางแล้วยังปรากฏว่า เจ้าของที่ดินหลายรายขวนขวายที่จะขายที่ดินให้กับคนในบังคับต่างประเทศ ทำให้การก่อสร้างค่อนข้างล่าช้าเพราะกระทรวงนครบาลไม่อาจจัดการเรื่องที่ดินที่ถนนจะต้องตัดผ่านให้กับกรมโยธาธิการได้ ปรากฏว่าพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้มีหนังสือกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลเกี่ยวกับการมอบที่ดินที่อยู่ในแนวถนนให้กระทรวงโยธาธิการ ขอให้กระทรวงนครบาลจัดการในกรณีที่คนในบังคับต่างประเทศจะมาทำหนังสือซื้อขายหรือจำนำที่ดินที่ได้กรุยทางสร้างถนนเยาวราชไว้โดยสั่งให้เจ้าพนักงานหรืออำเภอกำนันให้ทราบว่าเป็นที่ทำถนนอย่าให้รับทำหนังสือซื้อขาย "ขอกระทรวงเมืองได้โปรดประทานพระอนุญาตให้ราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินไปโดยสดวกด้วย" แต่กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงอ้างว่าต้องทรงรอคำวินิจฉัยจากที่ประชุมเสนาบดีในเรื่องที่ราษฎรร้องเรียนกันขึ้นมาว่าการตัดถนนผ่านที่ดินเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม และปรากฏหนังสือโต้ตอบกันระหว่างเสนาบดีทั้ง 2 กระทรวงนี้ เพราะกระทรวงโยธาธิการก็ต้องการสร้างถนนให้เสร็จสิ้น ขณะที่กระทรวงนครบาลพยายามที่จะให้ราษฎรได้รับเงินค่าที่ดินจากรัฐบาล จึงรอพระบรมราชโองการเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่มอบที่ดินให้กระทรวงโยธาธิการ ถึงกับกรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิธาดาทรงระบุว่า กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงพระเมตตากับราษฎรบริเวณถนนเยาวราชกว่าราษฎรในแนวถนนอื่น ๆ กรมโยธาธิการจึงต้องดำเนินการสร้างถนนส่วนที่ไม่มีปัญหาและที่ดินที่เป็นของหลวงก่อน

จนกระทั่งใน พ.ศ. 2441 ปัญหาเรื่องที่ดินซึ่งจะต้องตัดถนนผ่านก็ยังไม่ยุติ ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการให้กระทรวงโยธาธิการดำเนินการตัดถนนต่อไป เพราะมีพระราชดำริว่าที่ดินซึ่งถูกตัดถนนผ่านไปนั้น ย่อมทวีราคาขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายสิบเท่าเป็นประโยชน์แก่เจ้าของมาก ไม่ควรจะเสียดายที่ดินซึ่งเป็นท้องถนนแต่เพียงเล็กน้อย เพราะรัฐบาลที่ลงทุนทำถนนก็ไม่ได้เก็บเงินค่าคนหรือรถม้าที่เดินบนถนนเลย เพื่อบำรุงการค้าขายให้สะดวก เจ้าของจึงไม่ควรหวงแหน และโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์และกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดาปรึกษากันต่อหน้าพระที่นั่งว่าจะทำอย่างไรให้การตัดถนนสายนี้สำเร็จลงได้ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์จึงทรงรับที่จะออกประกาศให้เจ้าของที่ดินออกจากที่ดิน หากเจ้าของที่ดินไม่ยอมรื้อก็ให้กระทรวงโยธาธิการแจ้งไปที่กระทรวงนครบาล และให้กระทรวงนครบาลเป็นผู้ให้กรมอัยการฟ้อง ทำให้การตัดถนนเยาวราชดำเนินการต่อไปได้

เมื่อแรกตัดถนนเยาวราชใหม่ ๆ นั้น มีชาวจีนอยู่อาศัยกันหนาแน่น แม้ต่อมาถนนเยาวราชก็ยังคงมีความสำคัญ เพราะเป็นย่านร้านอาหารชั้นนำ ตึกที่สร้างสูงที่สุดตึกแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ก็สร้างที่ถนนเยาวราชเป็นแห่งแรก

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากการสร้างถนนเยาวราชในปี พ. ศ. 2434 แทบจะไม่มีการสร้างถนนเพิ่มใหม่ในเขตสัมพันธวงศ์อีกเลย แต่มีการปรับปรุงและจัดระเบียบการจราจรให้ไหลลื่น ด้วยข้อจำกัดทางกายภาพถนนที่ใช้เพื่อการจราจรในเขตสัมพันธวงศ์จึงมีแนวถนนหลักขนาน 3 เส้นทาง ตามแนวทิศตะวันตกถึงตะวันออก คือ เจริญกรุง เยาวราช ทรงวาด สำหรับผู้ที่ไม่ คุ้นเคย ควรจะศึกษาเส้นทางการเดินรถภายในเขตสัมพันธวงศ์และเขตรอบข้างที่เชื่อมต่อกัน เพราะการจราจรส่วนใหญ่มักเป็นการเดินรถทางเดียว ในขณะที่ถนนบางสายได้สิ้นสภาพการเดินรถไปนานแล้วเพราะมีธุรกิจที่คับคั่ง ผู้คนสัญจรแน่นขนัดตลอดถนน

   

แนวขนานสายแรก อยู่ทางส่วนเหนือ คือ ถนนเจริญกรุง เริ่มจากสะพานดำรงสถิตย์( สะพานเหล็ก) เดินรถทางเดียวจนมาถึงสามแยกหมอมี ( น้ำขมน้ำเต้าทอง) และต่อไปจนถึงวงเวียนข้าวหลาม ตัดกับถนนข้าวหลามและถนนทรงวาด ส่วนถนนเจริญกรุงช่วงต่อจากนี้ไปทาง ทิศตะวันตก จากสะพานพิทยเสถียร ( เชิงสะพานแยกซ้ายมือเป็นถนนโยธา ซึ่งเป็นถนนเข้าสู่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์) เป็นการเดินรถสวนทางกับถนนเจริญกรุงช่วงที่กล่าวไปแล้ว โดยเดินรถจากสะพานพิทยเสถียรไปทางวงเวียนข้าวหลาม เลี้ยวขวาเข้าถนนข้าวหลาม ข้ามสะพาน เ ลี้ยวซ้ายไปหัวลำโพงและถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาไปถนนมหาพฤฒารามไปเขตบางรัก หรือจากวงเวียนข้าวหลามเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทรงวาดเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวขวาไปอีกซุ้มประตูฯ และแนวถนน ทิศเหนือเช่นกัน จะมีถนนพระราม 4 ที่มีการเดินรถจากสะพานเจริญสวัสดิ์ (หัวลำโพง) มาทางตะวันตกบรรจบกับถนนเจริญกรุงที่แยกหมอมี

แนวกลาง ถนนเยาวราช เส้นทางเดินรถเริ่มจากซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) ไปจนถึงสะพานภานุพันธ์ (ไปวังบูรพา เขตพระนคร)

แนวขนานทางใต้ ถนนทรงวาด เป็นถนนที่เลียบตามแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มจากเชิงสะพานพุทธ ผ่านถนนจักรวรรดิ เข้าสู่ถนนอนุวงศ์ ช่วงนี้จะเดินรถทางเดียวจากตะวันตกไปตะวันออก มีถนนทรงวาดตอนบนที่คู่ขนานกับถนนอนุวงศ์เดินรถทางเดียวแต่สวนทางกับข้างต้น จากถนนอรุวงศ์ตัดถนนราชวงศ์เข้าสู่ถนนทรงวาดไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับถนนเจริญกรุง ที่วงเวียนข้าวหลาม (ใกล้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ)

การเดินรถในแนวเหนือ-ใต้ โดยลำดับจากตะวันตกไปตะวันออก คือ ถนนจักรวรรดิเส้นทางเดินรถ (ทางเดียว) จากเหนือไปใต้ ถนนราชวงศ์เดินรถสองทาง ถนนมังกรจากเหนือไปใต้ ถนนแปลงนามเดินรถทางเดียวจากใต้ไปเหนือ ผดุงด้าว (ซอยเท็กซัส) เดินรถทางเดียวจากเหนือไปใต้ ถนนทรงสวัสดิ์เดินรถจากใต้ไปเหนือลำพูนไชยเดินรถทางเดียวจากเหนือไปใต้

เส้นทางการเข้าสู่ถนนเยาวราช ซึ่งป็นศูนย์กลางเขตสัมพันธวงศ์ จากทิศตะวันออก ถ้ามาจากถนนพระราช 4 หรือหัวลำโพง ข้ามสะพานเจริญสวัสดิ์ (สะพานหัวลำโพง) เข้าถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาเข้าถนนลำพูนไชยไปบรรจบถนนเยาวราช หรือจากสะพานเจริญสวัสดิ์เลี้ยวเข้าถนนตรีมิตรผ่านวัดไตรมิตรวิทยาราม ไปบรรจบถนนเยาวราชตรงบริเวณซุ้มประตู หรือมาจากเขต บางรักเข้าสู่ถนนเจริญกรุง (ตามเส้นทางที่สามารถไปโรงแรมที่เลียบริมแม่น้ำ เช่น แชงกรีลา โอเรียนเต็ล เชอราตัน) ขนานตามแม่น้ำเจ้าพระยา ข้ามสะพานพิทยเสถียร ผ่านถนนโยธา ลงสะพานอยู่ทางซ้ายมือ (เป็นถนนที่ไปสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์) และผ่านตลาดน้อยจนไปบรรจบวงเวียนข้าวหลาม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทรงวาด แล้วเลี้ยวขวาและเลี้ยวอีกออกสู่ถนนเยาวราชตรงซุ้มประตูฯ

จากทิศตะวันตก มาทางถนนเจริญกรุง ซึ่งสามารถเข้าถนนที่มาจากเหนือไป แล้วแต่ว่าจะเข้าสู่ถนนเยาวราชช่วงไหน เช่น ถนนมังกร ถนนผดุงด้าว (ถนนเท็กซัส) ถนนลำพูนไชย

อ้างอิงข้อมูลจาก
เว็บไซต์ http://th.wikipedia.org/
เว็บไซต์ http://yaowaratct01.tripod.com/
และเว็บไซต์ http://203.155.220.217/samphanthawong/l
ดำเนินการรวบรวมและนำเสนอข้อมูลโดย www.watsamphan.com
 
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด