|
|
|
|
|
|
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตำนานวัดเกาะ |
| |
วัดสัมพันธวงศาราม หรือ วัดเกาะแก้วลังการาม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ในท้องที่ตำบลสัมพันธวงศ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร
ตามประวัติพระอารามหลวง ฉบับกรมการศาสนา ซึ่งจัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ของเจ้าคุณพระวรญาณวิสุทธิ์ (เขียน วรเลโช) วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๐๖ กล่าวว่า
๘๓.พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร อยู่ริมถนนทรงวาด เหนือวัดปทุมคงคา อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อวัดเกาะแก้วลังการาม เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงสร้าง ในรัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดสัมพันธวงศาวาส (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสัมพันธวงศ์)
ส่วนตำนานพระอารามหลวง ฉบับเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (ม.ร.ว.คลี่ สุทัศน์) ได้เรียบเรียงทูลเกล้า ฯ ถวายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ทรงพระกรุณาโปรดตรวจแก้ไขพระราชทานไว้ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพของท่านผู้เรียบเรียง เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๗ กล่าวว่า
๖๒. วัดสัมพันธวงษาราม อยู่ถนนสำเพ็ง เหนือวัดปทุมคงคา เดิมชื่อวัดเกาะแก้วลังการาม เป็นวัดโบราณในรัชกาลที่ ๓ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงสร้าง ในรัชกาลที่ ๔ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสัมพันธวงษาราม"
เพื่อขจัดปัญหาเรื่องการพระราชทานนามวัดดังกล่าวให้หมดสิ้นไป ในระหว่างตำนานพระอารามหลวงทั้ง ๒ ฉบับ จึงค้นหนังสือพระราชพงศาวดาร ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ฉบับที่พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพคุณหญิงธรรมสารเนติ (อบ บุนนาค) เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๗ เรื่องทรงตั้งและแปลงนามวัดต่าง ๆ ต่อไป ได้ความว่า
"ชื่อวัดทรงใหม่ วัดราชประดิษฐ์ ๑ วัดมหรรณพาราม ๑ วัดบุรณศิริมาตยาราม ๑ วัดนามบัญญัติ ๑ วัดโสมนัสวิหาร ๑ วัดตรีทศเทพ ๑ วัดบรมนิวาส ๑ วัดไชยฉิมพลี ๑ วัดเวฬุราชิณ ๑ วัดสมุหประดิษฐ์ เจ้าพระยานิกรบดินทร์สร้างที่เมืองสระบุรี ๑ วัดสุปฏิการาม เมืองนครไชยศรี ๑ชื่อวัดทรงแปลงใหม่ วัดน้อยบางใส้ไก่ แปลงว่า วัดหิรัญรูจี วัดพระยาญาติการามเดิม แปลงว่า วัดพิชัยญาติการาม วัดใหม่ ทรงแปลงว่า วัดอนงคาราม วัดประยูรวงศ์อาวาส แปลงว่า วัดประยูรวงศาราม วัดดอกไม้ แปลงว่า วัดบุบผาราม วัดอรุณราชธาราม แปลงว่า วัดอรุณราชวราราม วัดหงษาราม แปลงว่า วัดหงศรัตนาราม วัดกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส แปลงว่า วัดชิโนรสาราม วัดระฆังโฆสิตาราม แปลงว่า วัดราชคัณฑิยาราม วัดเกาะแก้ว แปลงว่า วัดสัมพันธวงศาราม วัดตะเคียน แปลงว่า วัดมหาพฤฒาราม วัดสระเกศ แปลงว่า วัด เจดียบรรพตาราม วัดบางลำภู แปลงว่า วัดสังเวชวิศยาราม ฯลฯ"
อาศัยหนังสือตำนานพระอารามหลวง ฉบับของเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร และ พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ ๔ เรื่องทรงตั้งแปลงนามวัดต่าง ๆ ก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า
การเปลี่ยนแปลงชื่อวัดเกาะแก้วลังการาม เป็นวัดสัมพันธวงศาราม หรือ วัดสัมพันธวงษาราม นี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่ ๔ แม้ปัจจุบันทางราชการหรือประชาชนส่วนมากจะนิยมเรียกว่า"วัดสัมพันธวงศ์" ทางวัดก็มิได้รับรองหรือสนับสนุน ตลอดจนขอเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด แต่ที่ได้นำเรื่องดังกล่าวมาพิมพ์ไว้ก็เพียงเพื่อต้องการให้ผู้ที่ยังไม่ทราบจะได้ทราบ เพราะบางครั้งทางวัดเคยใช้ชื่อเต็มว่า"วัดสัมพันธวงศาราม"
ผู้ที่ไม่เคยทราบประวัติความเป็นมาของวัด ก็วิพากย์วิจารณ์ไปต่าง ๆ กัน มีทั้งดีและไม่ดี อันนี้เป็นเหตุให้ได้พยายามสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า อะไรผิด อะไรถูก ไม่ใช่ต้องการเอาเป็นแพ้เป็นชนะกันแต่ประการใด จึงขอฝากไว้ให้ผู้ที่เคยวิพากย์วิจารณ์ได้ทราบด้วย
พระธรรมกิตติเมธี
ผู้บันทึก
|
|
|
| |
|
|
|
|
วัดสัมพันธวงศาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ในท้องที่ตำบลสัมพันธวงศ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร เดิมเป็นวัดราษฎร์ มีนามว่าวัดเกาะ หลักฐานในการสร้างวัดแต่เดิมไม่ปรากฎท่านผู้ใดใครเป็นผู้สร้าง ทราบแต่ว่าเป็นวัดโบราณเก่าแ่ก่ มีมาตั้งแต่สมัยพระนครศรีอยุธยา ก่อนสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี |
|
| |
|
|
|
| |
|
ในอดีต วัดสัมพันธวงศ์ เป็นวัดที่มีน้ำล้อมรอบบริเวณที่ตั้งวัด จึงเรียกว่า"วัดเกาะ"เขตวิสุงคามสีมาไม่ทราบว่ามีเท่าไร เขตพัทธสีมาเก่า กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๒ เมตร เขตการอยู่จำพรรษาของพระภิกษุสามเณรเดิม จะกำหนดเขตและอุปจารอย่างไรหาทราบไม่ กล่าวกันว่า เขตวัดจดแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลาท่าน้ำของวัด ๓ หลัง ตามพงศาวดารกล่าวว่า
"ในคราวเสด็จพระราชทานผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จถวายผ้าพระกฐินที่วัดสัมพันธวงศ์ และวัดปทุมคงคา โดยทางชลมารค เรือพระที่นั่งเทียบที่ศาลากลาง ท่าน้ำวัดเกาะ เสด็จโดยลาดพระบาทถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามนี้"
เนื่องจากที่ดินสมัยนั้นไม่มีราคา จึงไม่มีผู้ที่สนใจจัดทำโฉนดหรือแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน ใครมาปลูกสร้างบ้านเรือนอาศัยก็ปลูกไป วัดก็ไม่ได้สนใจ นานเข้าผู้อยู่อาศัยอาจขายเซ้งให้ผู้อื่นไป นอกจากนั้นผู้ที่อยู่อาศัยเดิมตายไป บุตรหลานที่อาศัยอยู่ด้วยถือกรรมสิทธิ์ซื้อขายกันต่อไปบ้างก็อาจเป็นไป เมื่อมีบ้านเรือนหนาแน่นขึ้น ศาลาท่าน้ำของวัดไม่ได้บูรณะไว้ จึงไม่ปรากฏ ถ้าเป็นเรื่องจริงตามที่เล่ากันสืบมา วัดคงมีเนื้อที่ประมาณ ๓๑ ไร่ แต่ระยะก่อน ๕๐ ปีมานี้ วัดเหลือเนื้อที่ประมาณ ๒๑ ไร่ สูญเสียเป็นของผู้อื่นและถูกตัดถนนไปประมาณ ๑๐ ไร่ ไม่มีทางที่จะเอาคืนได้
้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ผู้รักษาศาสนาสมบัติหรือเจ้าอาวาสในยุคนั้น ๆ ไม่รอบคอบ รักษาศาสนสมบัติ ของวัดด้วยความประมาท จัดว่าเป็นมลทินโทษของผู้ปกครองวัด แต่ก็ควรได้รับอภัยเพราะการศึกษา การปกครองในยุคนั้น ๆ ยังไม่เจริญ ทั้งที่ดินก็ไม่มีราคาเท่าไรด้วย
ในสมัยเมื่อยังไม่ได้ตัดถนนทรงสวัสดิ์ มีหมู่กุฏิอยู่ทางด้านตะวันตก จรดคลองสัมพันธวงศ์ คือคลองระหว่างวัดสัมพันธวงศ์กับวัดปทุมคงคา ซึ่งบัดนี้ถมเป็นถนน ปลูกสร้างเป็นตึกแถวหมดแล้ว การบอกเขตจำพรรษาด้านตะวันออกถึงคลองสัมพันธวงศ์ และคูวัดด้านเหนือถึงด้านตะวันตก ด้านใต้จดแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมามีบ้านเรือนราษฎรมากและมีถนนสำเพ็งแล้ว คงบอกเขตเพียงคูและตึกแถวถนนสำเพ็ง
เมื่อทางราชการตัดถนนทรงสวัสดิ์ผ่านกลางวัด วัดจึงย้ายกุฏิมารวมกันทางด้านตะวันตกของถนนทรงสวัสดิ์ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การบอกเขตจำพรรษา ด้านตะวันออกมีกำแพงปูนยาว ๓ เส้น ๕ วา ๒ ศอก กั้นไปตามแนวถนนทรงสวัสดิ์ ด้านใต้จากกำแพงคอนกรีตตรงไปทางตะวันตก ๑๐ วา เลี้ยวมาด้านหลังตึกแถวของวัด ๑๗ วา แล้วเลี้ยวมาด้านตะวันตกเฉียงเหนือตลอดมาถึงด้านทิศเหนือ เลี้ยวโอบมาด้าน ทิศตะวันออก ตามคูของวัดจดกำแพงคอนกรีตริมถนนทรงสวัสดิ์ยาว ๔ เส้น ๘ วา (เวลานี้ถมคูเป็นถนนไปหมดแล้ว)
สัณฐานเนื้อที่ดินของวัดเป็น ๕ เหลี่ยมกลาย ๆ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ ๒ งาน ๓๗ ตารางวา ในที่มีกำหนดเหล่านี้ เป็นเขตการรักษาอรุณแห่งการจำพรรษา ถ้านับทั้งที่เป็นห้องแถว คลองและคูของวัดรวมเข้าด้วย ก็จะเป็นเนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ ๒ งาน ๗๘ ตารางวา
นอกจากนี้ มีที่ธรณีสงฆ์ซึ่งเป็นที่จัดผลประโยชน์โดยตรง คือที่ดินที่สร้างห้องแถว และตึกแถวด้านใต้ของวัดมีเนื้อที่ ๒ งาน ๗๕ ตารางวา ที่นอกคูด้านเหนืออีก ๑ ไร่ ๗๒ ตารางวา ที่ด้าน ตะวันออกของถนนทรงสวัสดิ์อีก ๙ ไร่ ๓ งาน ๔๒ ตารางวา รวมที่ธรณีสงฆ์ของวัด ที่จัดผลประโยชน์ ทั้งสิ้น ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๘๙ ตารางวา เมื่อรวมที่สร้างวัดและที่ธรณีสงฆ์เข้าด้วยกันโดยประมาณ ๒๑ ไร่ ๑ งาน ๖๗ ตารางวา |
|
| |
| |
| ในรัชกาลที่ ๑ |
| |
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเมื่อได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี สถาปนาราชจักรีวงศ์แล้วมีพระราชประสงค์จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพร จึงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ขึ้นใหม่หลายวัด
รัตนโกสินทร์ศก ๑๕ ตรงกับปีมะโรง อัฏศก จ.ศ. ๑๑๕๘ พ.ศ. ๒๓๓๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ) พระนามเดิมจุ้ย ต้นราชสกุล มนตรีกุล ผู้เป็นพระโอรสองค์ที่ ๕ ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) ไปบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเกาะใหม่หมดทั้งอาราม ทรงสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร พระวิหารคต หอระฆังด้วยก่ออิฐถือปูน กุฏิสร้างด้วยไม้มุงกระเบื้อง ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์อยู่กี่ปีไม่มีหลักฐานปรากฎ เมื่อบูรณะปฏิสังขรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดเกาะที่บูรณะปฏิสังขรณ์แล้วนั้น ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดเกาะแก้วลังการาม" มีการเฉลิมฉลองสมโภชพระอาราม เป็นงานมหกรรมใหญ่โต มีมหรสพคือ ละครเรื่องอิเหนา ประชัน ๒ โรง สมกับที่ท่านผู้เป็นแม่กองงานบูรณะปฏิสังขรณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชานาฏศาสตร์และจินตกวี |
| |
| ในรัชกาลที่ ๓ |
| |
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธาทำการปฏิสังขรณ์อีก แต่จะทรงปฏิสังขรณ์สิ่งใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เพียงแต่พบหลักฐานในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๓ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. หน้า ๓๕๐ เรื่องการปฏิสังขรณ์และสร้างพระอารามความว่า
"วัดเกาะแก้วเป็นวัดของกรมหลวงพิทักษ์มนตรี บูรณะไว้ก่อนชำรุดไป ให้ซ่อมแซมและทำกุฏิสงฆ์ขึ้น" |
| |
| ในรัชกาลที่ ๔ |
| |
|
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเกาะแก้วลังการามอีก เสร็จแล้วทรงพระราชดำริว่า "วัดเกาะแก้วลังการาม" เป็นวัดที่สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนีของพระองค์ ได้เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นผู้แรกสถาปนาวัดนี้ให้งดงาม มีเกียรติประวัติ เพื่อให้เหมาะสมกับเหตุผล และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแห่งเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ พระราชทานเปลี่ยนนามวัดใหม่ว่า "วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร" ซึ่งจักให้เกิดปีติปราโมทย์แก่ผู้สืบสกุลในเมื่อได้ทราบว่าบรรพบุรุษบุพพการีของตนได้สร้างกุศลไว้ เป็นเหตุชักจูงศรัทธาปสาทะ ให้เกิดแก่พระประยูรญาติ และนำให้บำเพ็ญบุญกุศลในวัดนี้ตามกำลัง
พระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๔ เรื่องทรงตั้งและแปลงนามวัดต่าง ๆ ฉบับพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงธรรมสารเนติ (อบ บุนนาค) เมื่อ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๗ ความว่า
"ชื่อวัดทรงใหม่ วัดราชประดิษฐ์ ๑ วัดมหรรณพาราม ๑ วัดบุรณศิริมาตยาราม ๑ วัดนามบัญญัติ ๑ วัดโสมนัสวิหาร ๑ วัดตรีทศเทพ ๑ วัดบรมนิวาส ๑ วัดไชยฉิมพลี ๑ วัดเวฬุราชิณ ๑ วัดสมุหประดิษฐ์ เจ้าพระยานิการบดินทร์สร้างที่เมืองสระบุรี ๑ วัดสุปฏิการาม เมืองนครไชยศรี ๑ ชื่อวัดทรงแปลงใหม่ วัดน้อยบางใส้ไก่ แปลงว่าวัดหิรัญรูจี วัดพระยาญาติการามเดิม แปลงว่าวัดพิชัยญาติการาม วัดใหม่ ทรงแปลงว่าวัดอนงคาราม วัดประยูรวงศ์อาวาส แปลงว่าวัดประยูรวงศาราม วัดดอกไม้ แปลงว่าวัดบุบผาราม วัดอรุณราชธาราม แปลงว่าวัดอรุณราชวราราม วัดหงษาราม แปลงว่าวัดหงสรัตนาราม วัดกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส แปลงว่าวัดชิโนรสาราม วัดระฆังโฆสิตาราม แปลงว่าวัดราชคัณฑิยาราม วัดเกาะแก้ว แปลงว่าวัดสัมพันธวงศาราม วัดตะเคียน แปลงว่าวัดมหาพฤฒาราม วัดสระเกศแปลงว่าวัดเจดียบรรพตาราม วัดบางลำภู แปลงว่าวัดสังเวชวิศยาราม ฯลฯ" |
|
| |
|
| |
สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ดูเนื้อหาได้จากสุนทรพจน์ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตร ีกล่าวในพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศาราม วันพุธที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๖ เวลา ๐๘.๓๘ นาฬิกา ดังนี้
|
| |
|
พระคุณเจ้าที่เคารพ ฝ่าพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย
ตามที่นายกสมาคมสัมพันธวงศ์ ได้กล่าวในนามคณะสงฆ์ คณะกรรมการจัดงานสัปบุรุษวัดสัมพันธวงศ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เชิญข้าพเจ้าเป็นประธานในมณฑลพิธี เพื่อวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถที่จัดสร้างขึ้นใหม่ แทนของเก่าที่เล็กและชำรุดทรุดโทรม ไม่สะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสามเณรนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
ตามรายงานที่กล่าวมาปรากฏว่า พระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ ได้เอาพระวิหาร ศาลาการเปรียญ (หอประชุม) โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ สำหรับเยาวชนประชาชนเข้าไว้ด้วยกัน โดยสร้างเป็น ๓ ชั้น เฉพาะชั้นที่ ๓ เป็นพระวิหารและพระอุโบสถสำหรับทำสังฆกรรมนั้น เป็นความคิดที่แยบคายในด้านประหยัดพื้นที่และทุนการก่อสร้าง เพราะทุกวันนี้ที่ดินย่านกลางพระนคร หาไม่ได้โดยง่าย หากจะได้มาก็ต้องซื้อด้วยราคาแพง ซึ่งไม่ต้องด้วยวัตถุประสงค์ สำหรับวัดสัมพันธวงศ์นี้ แม้พื้นที่ของวัดมีอยู่ ๒๑ ไร่ก็จริง แต่แบ่งเป็นที่จัดผลประโยชน์แก่วัดเสีย ๑๑ ไร่ ส่วนที่เหลืออีก ๘ ไร่เศษ ก็ได้ปลูกสร้างเป็นสังฆาวาสและถาวรวัตถุไว้เป็นอันมาก การสร้างพระอุโบสถใหม่เป็น ๓ ชั้น โดยรวมสถานต่าง ๆ ไว้ด้วยแต่ละชั้น จึงเป็นการกระทำที่มีเหตุผลอันสมควร
วัดสัมพันธวงศาราม หรือ ที่เราเรียกกันอย่างสามัญว่า "วัดเกาะ" นี้ เป็นวัดที่มีเกียรติ ประวัติสูง และมีชื่อเสียงมาแต่แรกสร้าง ตามที่นายกสมาคมรายงานก็เป็นวัดที่สร้างมาแล้วเกือบ ๒๐๐ ปี ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกศรัทธาชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง สิ่งก่อสร้างภายในพระอารามได้รับการดูแลบูรณะปฏิสังขรณ์เป็นอย่างดี เว้นแต่สิ่งที่ชำรุดทรุดโทรมถึงขนาด สุดวิสัยจะบูรณะปฏิสังขรณ์ก็ต้องจัดสร้างใหม่ เช่นพระอุโบสถและพระวิหารเดิม เป็นต้น
ตามความเห็นโดยทั่วไปเกี่ยวกับวัดวาอาราม ที่จะเจริญรุ่งเรืองเป็นที่เคารพสักการะและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนนั้น อย่างน้อยต้องประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ
๑. ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างเป็นระเบียบ สะอาด มีสังฆาวาสอยู่ในที่สงัดเป็นที่สัปปายะแก่ผู้ที่เข้าไปสู่ที่นั้น
๒. มีระเบียบการปกครองในวัดอย่างรัดกุม พระภิกษุสามเณรมีการปฏิบัติธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีการศึกษาอยู่ระดับสูงโดยทั่วกัน ทั้งคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ
๓. มีการเกื้อกูลอำนวยประโยชน์แก่ประชาชน ชาวบ้าน ตามควรแก่สมณวิสัย เพราะวัดกับบ้านย่อมต้องอาศัยกัน โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณร มีความเป็นอยู่จากการบิณฑบาตของชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้ พระภิกษุสามเณรควรจะอำนวยประโยชน์ด้านจิตใจให้แก่พุทธศาสนิกชน หรือประชาชน ตามสมควรโดยพรหมวิหารธรรม
ทั้งสามประการนี้ ถ้าสามารถปฏิบัติได้สม่ำเสมอ ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้วัดวาอารามเป็นบุณยสถานของผู้แสวงบุญอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าเห็นใจวัดสัมพันธวงศ์เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เพียรพยายามปรับปรุงวัดด้วยความลำบากยากเย็น เพราะวัดสัมพันธวงศ์ในปัจจุบัน เป็นวัดที่อยู่ในย่านกลางชุมนุมอย่างหนาแน่น ทั้งนี้เป็นด้วยบ้านเมืองเจริญมากขึ้น ประชาชนพลเรือนก็มากขึ้นเป็นทวีตรีคูณ เป็นเหตุให้มีบุคคลที่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้เข้ามาปลูกสร้างในที่ดินของวัดมากราย จนเป็นภาระหนักแก่วัดในการขอให้บุคคลเหล่านั้น ขยับขยายออกจากที่อันเป็นเขตปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสมัยปฏิวัติ ที่เร่งรัดการพัฒนาแหล่งชุมชน ดั่งได้กระทำอยู่ในทุกวันนี้ ข้าพเจ้าขอชมเชยท่านเจ้าอาวาส และคณะกรรมการวัดเป็นอันมาก ที่ได้พยายามปรับปรุง ข้าพเจ้าหวังว่า ในอนาคต วัดคงจะพยายามตกลงกับบุคคลที่เข้ามาพำนักอยู่ในเขตที่ต้องปรับปรุงกันด้วยดี มีเหตุผล เพราะบุคคลเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นพุทธศาสนิกชน และสาธุชนผู้ต้องการเห็นความเจริญของวัด เพื่อให้เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา ซึ่งคงจะให้ความร่วมมือโดยทั่วกัน
ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้พร้อมกันน้อมจิตอธิษฐานอาราธนาคุณ พระศรีรัตนตรัย คุณเทพยดาผู้พิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนา และด้วยบุญญานุภาพของ สมเด็จกรม หลวงพิทักษ์มนตรี ผู้แรกสร้างพระอารามแห่งนี้ และของท่านบรรพบุรุษบุรพาจารีย์ ซึ่งเป็นผู้ทำนุบำรุงพระอารามนี้แต่ต้นมา และด้วยอานุภาพแห่งกุศลเจตนาของเราทั้งมวล ได้ดลบันดาลให้การก่อสร้างพระอุโบสถได้บรรลุความสำเร็จดั่งมโนปณิธาน เป็นที่ตั้งแห่งความสมัครสมานสามัคคีรสของหมู่พระภิกษุสมณะ ตามพระพุทธประสงค์ทุกประการ
วาระนี้ ได้ศุภมงคลฤกษ์แล้ว ข้าพเจ้าจะได้วางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ ณ บัดนี้. |
|
| |
|
|
| |
วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร มีพระเถระที่เป็นบูรพาจารย์เป็นนิสิต เคยอยู่ในพระอารามและมรณภาพไปแล้วหลายรูป ที่เป็นกำลังสำคัญของวัดของพระศาสนา ออกไปปฏิบัติศาสนกิจในส่วนภูมิภาคถิ่นมาตุภูมิของท่านเหล่านั้น คือ
พระวิเชียรกวี (ชื่น สิริมณฺโฑ ป.ธ.๕) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
พระครูสิริปัญญามุนี (อ่อน เทวนิโภ) วัดเทพนิมิต จังหวัดฉะเชิงเทรา
พระครูสุวรรณรังสี (สุวรรณ ชุตินฺธโร สาริกบุตร ป.ธ.๔) วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระครูวินัยธร (เฟื่อง ญาณปฺปทีโป นิติการ) วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระเนกขัมมมุนี (เส็ง ทินฺนวโร เมฆโสภณ) วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระครูโอภาสสมณาจารย์ (ไล้ โอภาโส ขาวรอด) เป็นจอ.จังหวัดกาญจนบุรีวัดไทยวิวัฒนาราม จังหวัดกาญจนบุรี
พระสิทธิสารโสภณ (สงวน โฆสโก สีตลายัน) วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพมหานคร
พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เกษมสินธุ์) ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์
พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส ป.ธ.๖) ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น
พระพินิตพินัย (โทน สุขพโล เวียร์สุวรรณ ป.ธ.๔) วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระเทพวราภรณ์ (เปลี่ยน ปุณฺโณ สีรพงศ์ ป.ธ.๙) ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบุรณศิริมาตยารามกรุงเทพมหานคร
พระเทพสุทธาจารย์ (โชติ คุณสมฺปณฺโณ เมืองชัย ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณ์ จังหวัดนครราชสีมา
พระธรรมวราลังการ (ศรีจันทร์ วณฺณโภ ป.ธ.๖) ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดเลย วัดศรีสุทธาวาส จังหวัดเลย
พระนิภากรกิตติพิลาส (สำลี อรุโณ ปานออก ป.ธ.๔) ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ กรุงเทพมหานคร
พระครูธรรมธรหยง วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระครูสมุห์ สำเนียง วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระอาจารย์สะอาด อภิวฑฺฒโน เพียรชูพัฒน์ วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระครูวิมลศาสนกิจ (พวง อุฬาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าข้าม กรุงเทพมหานคร
พระราชศีลสังวร (โสภณ สุทธจนฺโท ป.ธ.๔) เป็นเจ้าคณะจังหวัดเลย วัดศรีโพนแท่น จังหวัดเลย
หลวงปู่สาม อกิญฺจโน วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์
พระวุฒิสารโสภณ (แสน กรุณาสโย การุญ ป.ธ.๓) วัดตรีรัตนาราม จังหวัดระยอง
พระเทพสุเมธี (ไพบูลย์ อภิวณฺโณ ป.ธ.๕) ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร วัดศรีโพนเมือง จังหวัดสกลนคร
พระครูโสตถิธรรมธาดา (สวัสดิ์ โสตฺถิโก เชื้อรามัญ) วัดราษฎร์บำรุง กรุงเทพมหานคร
พระครูโกศลนวกิจ (นวล กมโล) วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
พระครูธรรมาลังการ (วิสุทธิ์ ธมฺมทินโน กองปัด ป.ธ.๓) วัดสามัคคีสุทธาวาส กรุงเทพมหานคร
พระโพธิญาณมุนี (คำ ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด
พระครูอรรถวาที (แสง ป.ธ.๔) ไปเป็นผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี
พระครูพรหมจริยาภิรมย์ เจ้าอาวาสวัดเกตการาม จังหวัดสมุทรสงคราม
พระมหาทิพย์ เขมโก ป.ธ.๓ เจ้าอาวาสวัดสารนาถธรรมาราม จังหวัดระยอง
พระมหาไสว เปรียญ เจ้าอาวาสวัดเนรัญชราราม จังหวัดเพชรบุรี
พระครูนิเทศธรรมาภรณ์ (นิพนธ์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา
นอกจากนี้ ยังมีนิสิตรุ่นต่อ ๆ มา และรุ่นใหม่ ๆ อีกหลายรูปที่ออกไปปฏิบัติงานคณะสงฆ์ในต่างจังหวัด ซึ่งล้วนแต่ได้ช่วยบำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น บางรูปไปเป็นพระสังฆาธิการ บางรูปไปปฏิบัติงานด้านเลขานุการ บางรูปทำงานด้านการเผยแผ่ บางรูปทำงานด้านการพัฒนา เป็นต้น
บันทึกผู้จัดทำเว็บไซต์ : ถ้าหากว่าสามารถรวบรวมผู้ออกปฏิบัติงานเหล่านี้ได้ จะได้นำมาลงให้อ่านกันอีกครั้ง รวมทั้งจะได้นำเรื่องราวของศิษย์เก่าของวัดที่ได้ลาสิกขาไปแล้วมารวบรวมไว้ เพื่อเป็นจุดรวมแห่งการติดต่อกันต่อไป |
|
| |
|
| |
ปรับปรุงหน้านี้ครั้งล่าสุด
|