... อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม ...

ประวัติโดยสังเขป
พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว,วิทยานุกรณ์)
อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
เขตสัมพันธวงศ์  กรุงเทพมหานคร
 
 

 

ชาติภูมิ

          พระครูวิมลญาณอุดม มีนามเดิมว่า ชินเทพ นามฉายา ชินเทโว สกุล วิทยานุกรณ์

          เป็นบุตรชายคนแรกของนายแถว วิทยานุกรณ์ (อดีตไวยาวัจกรวัดสัมพันธวงศ์) และนางนิยม วิทยานุกรณ์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ที่ โรงพยาบาลวชิระ กรุงเทพมหานคร มีพี่น้องรวม ๙ คน คือ

  ๑. ท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว,วิทยานุกรณ์)

๒. นางอุสาห์ ชวนเกษม

๓. นางทวีวัฒน์ มณีศาสตร์

๔. นางประภัสสรจิต ศัตรวาหา

๕. นางสาวพิสมัย วิทยานุกรณ์

๖. นายชัยวุฒิ วิทยานุกรณ์

๗. นางสาวสุทธิพร วิทยานุกรณ์

๖. นายประยุติ วิทยานุกรณ์

๙. นางจันทราวดี วิทยานุกรณ์

 

          และมีพี่สาวต่างมารดา ๒ คน คือ ๑. นางสาวอาทร วิทยานุกรณ์  ๒. นางสัมมา เอมะรุจิ

          ท่านมีศักดิ์เป็นหลานของพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ (เทศ นิทฺเทสกเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ รูปที่ ๙

การศึกษา

           เมื่อเยาว์วัย ท่านได้เรียนที่โรงเรียนอนุศิษย์พิทยา ซึ่งอยู่ข้างบริษัท เจียไต๋ ในปัจจุบัน หลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบลง จึงได้ไปเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในชั้น ม.๑ มีผลการเรียนดีมาก สอบได้ที่ ๑ เป็นประจํา ต่อมา ไปเรียนกวดวิชาที่วัดสุทัศนเทพวราราม ๑ ปี สอบเทียบได้ชั้น ม.๓ และเรียนกวดวิชาต่อจนสอบเทียบได้ชั้น ม.๕

          ในปีต่อมา เมื่อจบหลักสูตรชั้น ม.๔ แล้ว ได้เข้าศึกษาเป็นนิสิตคณะรัฐสาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบ ปริญญาตรีเป็นสิงห์ดํา รุ่นที่ ๔ จากนั้นได้เข้ารับราชการยศว่าที่ร้อยตรีเป็นทหารม้าไปประจําอยู่ที่สระบุรี แล้วย้ายมารับ ราชการกระทรวงมหาดไทย เคยเป็นปลัดอําเภอที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดจันทบุรี จนได้ชั้นโทซึ่งสอบได้ที่ ๑ ของรุ่น

อุปสมบท

           วันที่ ..... เดือน .................. พ.ศ. ๒๕๐๖ เมื่ออายุ ๓๑ ปี ได้ขอลาอุปสมบทเป็นเวลา ๔ เดือน ณ วัดสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โดยมี

           - พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ (เทศ นิทฺเทสกเถร)
             เป็นพระอุปัชฌาย์

           - พระ...............................................................................................
             เป็นพระกรรมวาจาจารย์

           - พระ...............................................................................................
             เป็นพระอนุสาวนาจารย์

           ในระหว่างอยู่ในเพศบรรพชิตนั้น มีความสงบเย็นเกิดขึ้นในจิต จึงตัดสินใจ ลาออกจากราชการเพื่ออยู่ในเพศบรรพชิตต่อไป เช่นเดียวกับท่านเจ้าคุณลุง คือ พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์

           ท่านได้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์มิได้ขาด มีศีลาจารวัตรงดงาม เป็นที่เคารพรักของเพื่อนสหธรรมิกและพระภิกษุสามเณรทั้งหลายทั้งภายในวัดและต่างวัด ร่วมกิจกรรมบุญและสาธารณสงเคราะห์อื่นๆ กับสหธรรมิกและญาติโยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับเพื่อร่วมรุ่นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านยังไปร่วมกิจจกรรมบุญและการสาธารณะอื่นๆ อยู่ไม่ขาด จนได้รับเลือกให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่น

เป็นกำลังช่วยพัฒนาวัดสัมพันธวงศ์ในยุคต่อมา

           อยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูล


ท่านพระครูวิมลญาณอุดม ถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาวัดสัมพันธวงศ์ พ.ศ. ๒๕๑๔
ฝ่ายสงฆ์ มีท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี (เฉย ยโส) เจ้าอาวาสฯ รูปที่ ๑๐ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ อธิบดีกรมการศาสนา ในฐานะไวยาวัจกรวัดสัมพันธวงศ์ เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์

           อยู่ระหว่างปรับปรุงข้อมูล

ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

           พ.ศ. ๒๕๑๒ พระครูวิมลญาณอุดม (เมื่อครั้งยังเป็น พระครูวินัยธรชินเทพ ฐานานุกรมในพระเดชพระคุณ พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์) พร้อมพระภิกษุจากวัดสัมพันธวงศ์อีก ๒ รูป คือ ท่านพระครูสรภัญญประกาศ (เมื่อครั้งยังเป็นพระอาจารย์ชม ปญฺญาธิมุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธวิมุติวนารา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และท่านพระครูธรรมคุณาลังการ (เมื่อครั้งยังเป็นพระอาจารย์นาค อตฺถวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับปฏิปทาด้านการปฏิบัติของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ จากท่านพระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (พระอาจารย์หนู สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้มาที่วัดสัมพันธวงศ์ ท่านทั้งสามเกิดศรัทธามา จึงเดินทางขึ้นไปกราบหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง

           ส่วนเหตุที่ท่านท่านพระอาจารย์หนู สุจิตฺโต ได้เดินทางมาที่วัดสัมพันธวงศ์และสนิทกับพระสงฆ์ในวัดสัมพันธวงศ์ในสมัยนั้น เพราะท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี (เฉย ยโส) อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ รูปที่ ๑๐ กับท่านพระอาจารย์หนู สุจิตฺโต เป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระครูจิตตวิโสธนาจารย์ (ทองพูล โสภโณ) วัดสร่างโสก (วัดศรีธรรมาราม) จ.ยโสธร อดีตเจ้าคณะอำเภอแขวงยโสธร ทั้งสองรูปต่างเป็นศิษย์ร่วมสำนักและพระอุปัชฌาย์เดียวกันมาก่อน โดยท่านเจ้าคุณพระเทพปัญญามุนีถือเป็นศิษย์รุ่นพี่ของท่าน

           เมื่อท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญามุนี ชราภาพและมีอาการอาพาธ ท่านพระอาจารย์หนูจึงลงมาช่วยอุปัฏฐากดูแลร่วมกับพระสงฆ์ที่วัดสัมพันธวงศ์ โดยช่วงนั้นมาพักอยู่กับพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) ทำให้ท่านอาจารย์หนูกับพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) มีความสนิทสนมกันมาก

           ในสมัยหลัง เมื่อคราวเดินทางมาทำศาสนกิจที่กรุงเทพมหานคร ก็จะเดินทางมาพักที่วัดสัมพันธวงศ์ตลอด โดยท่านอาจารย์หนูจะเดินทางมาพักกับท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ตลอด ทำให้ทั้งสองรูปมีความสนิทสนมกันมาก

           หลังจากที่ท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ) ได้ขึ้นไปจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่แหวน จากนั้น ได้กลับมารายงานให้ “พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวรมหาเถร)” (ปัจจุบันคือ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ทราบ ต่อจากนั้น ก็ได้เริ่มมีพระภิกษุจากวัดสัมพันธวงศ์ได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่และจำพรรษาที่วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชีียงใหม่

           นี้เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์และไปมากันประจำสำหรับวัดสัมพันธวงศ์และวัดดอยแม่ปั๋ง

           ท่านพระครูวิมลญาณอุดมมีความศรัทธายิ่งในปฏิปทาสัมมาปฏิบัติของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้ไปอยู่จำพรรษาฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ท่านที่วัดดอยแม่ปั๋ง เพื่อที่จะได้มีโอกาสฝึกหัดปฏิบัติในพระกรรมฐานโดยมีหลวงปู่ท่านคอยแนะนำให้ มีความสนิทสนมกับพระสงฆ์ที่วัดดอยแม่ปั๋งมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก

           นอกจากเรื่องของการสนใจในการปฏิบัติกรรมฐานแล้ว ท่านพระครูวิมลญาณอุดมเป็นผู้สนใจในพุทธศิลป์อีกด้วย การได้มีโอกาสไปอยู่ใกล้ชิดกับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่วัดดอยแม่ปั๋ง ท่านจึงถือโอกาสกราบขออนุญาตหลวงปู่เพื่อจัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่ โดยในช่วงแรกที่ท่านขออนุญาตหลวงปู่จัดสร้างเป็นการส่วนตัวนั้น เป็นพระผงรูปเหมือนของหลวงปู่เป็นส่วนมาก จัดสร้างแต่ละครั้งจำนวนไม่มาก เพื่อแจกญาติโยมเป็นที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ไม่ได้คิดหวังเป็นเชิงพาณิชย์แต่ประการใด หลวงปู่ท่านก็เมตตาแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้ตลอด

           วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างในขณะนั้น ท่านเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ถ้าใครได้รับไปแล้ว ท่านจะไม่มอบให้อีก ในกาลภายหลังที่ท่านมรณภาพแล้ว ทางวัดจึงพบว่ามีวัตถุมงคลรุ่นเก่าๆ ที่ท่านสร้างไว้เหลือไว้จำนวนพอสมควร

           ในสมัยต่อ ๆ มา หากว่าจะมีกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม อันจะอำนวยประโยชน์ต่อสังคมหรือจัดสร้างสิ่งใดก็ตามภายในวัดดอยแม่ปั๋ง ทางวัดสัมพันธวงศ์ก็รับที่จะจัดหาวัตถุมงคลให้หลวงปู่ได้อธิษฐานจิตเพื่อหาทุน เรื่องทั่ว ๆไปที่คนรู้จักอันมีวัดสัมพันธวงศ์เข้าเกี่ยวข้อง โดยมีชื่อของท่านพระครูวิมลญาณอุดมเป็นคณะกรรมการปรากฏอยู่ด้วยเสมอ เช่น

           - วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่ทางวัดจัดสร้างถวายให้หลวงปู่เมตตาอธิษฐานจิตให้ คือ “รุ่นเราสู้” ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นนี้ได้นำไปแจกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างหนักในขณะนั้น

           - การก่อสร้าง “ตึกสุจิณโณอนุสรณ์” ของโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ พระเถระในวัดก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือในการหาทุนและประสานงานเรื่องต่าง ๆ ให้

           - จัดตั้ง มูลนิธิสุจินโณอนุสรณ์ (ปัจจุบันนี้ มูลนิธิสุจินโณอนุสรณ์ ตั้งอยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์)

           - ฯ ล ฯ

           ในส่วนของวัดสัมพันธวงศ์ได้รับความเมตตาจากหลวงปู่เป็นกรณีพิเศษ โดยสงเคราะห์อนุเคราะห์ใ้ห้วัดสัมพันธวงศ์ และสมาคมสัมพันธวงศ์ เป็นประธานดำเนินการสร้างเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่หลายแบบ เพื่อหาทุนสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาตามวัดวาอารามต่างๆ สำหรับวัดสัมพันธวงศ์ เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถกับปรับปรุงเสนาสนะในวัดและบริเวณวัด

           ภายหลังการถึงแก่มรณภาพของท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ผู้ดูแลวัตถุมงคลทั้งหมด เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ทางวัดพบว่า “มีวัตถุมงคลของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ” ทั้งส่วนของวัดได้จัดสร้าง และส่วนของผู้อื่นจัดสร้างซึ่งทางวัดได้เก็บไว้เหลืออยู่หลายรุ่นด้วยกัน (รวมทั้งวัตถุมงคลอื่น ๆ ในอดีตอีกมากมาย)

           วัตถุมงคลอันทรงค่่าในอดีตของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ที่ยังเหลือจำนวนมากเช่นนี้ เพราะท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว) ท่านเป็นผู้รักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นที่ทราบกันดีสำหรับผู้อยู่ในวัดและผู้ใกล้ชิดว่า ท่านจะให้บูชาต่อผู้มาติดต่อขอบูชาท่านละ ๑ เหรียญเท่านั้น และจะจดรายชื่อของผู้นั้นไว้ หากมาบูชาอีกในคราวหลัง ท่านจะจำได้แม่นยำว่าใ้ห้บูชาไปแล้ว จะไม่ให้บูชาอีก จึงทำให้วัตถุมงคลหลวงปู่แต่อดีตเหลือไว้ให้อนุชนรุ่นหลังผู้ศรัทธาในหลวงปู่ ได้มีโอกาสพบวัตถุมงคลอันมีค่ายิ่งนี้

           เรื่องราวนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม

สมณศักดิ์

           พ.ศ. .......
           เป็น พระครูวินัยธร ฐานานุกรมในพระัเดชพระคุณ พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

           พ.ศ. .......
           เป็น พระครูปลัดเมธาวัฒน์ ฐานานุกรมในพระัเดชพระคุณ พระธรรมบัณฑิต (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

           พ.ศ. .......
           ได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก (ผช.จล.) ในราชทินนามที่ พระครูวิมลญาณอุดม

           ๕ ธันวาคม ๒๕๓๗
           ได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง (ผช.จล.) ชั้นพิเศษ (ผช.จล) ในราชทินนามเดิม

อาการเจ็บป่วยและมรณภาพ

          ในช่วงอายุที่มากขึ้น ท่านมีอาการปวดหลังและชาที่ขา เดินไม่ค่อยถนัด เพราะตอนที่เป็นทหารที่สระบุรีเคยตกม้า เป็น ผลให้กระดูกทับเส้นประสาทบางส่วน ได้รักษาทั้งทางแพทย์แผนปัจจุบันและแผนโบราณ ได้ไปนวดทั้งหมอไทย หมอจีน และหมออิสลาม ตามที่ผู้ปรารถนาดีหลายท่านได้แนะนํา จนท่านสามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าเหมือนเดิม

          เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ท่านเริ่มมีอาการท้องเสียและอาเจียรเล็กน้อย ฉันอะไรไม่ค่อยได้ จนถึงคืนวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึงประมาณ ๐๔.๐๐ น. มีอาการอาเจียร ช๊อคและหมดสติล้มลง ท่านพระครูสังฆกิจบรรหาร (คำนึง) พระคิลานุปัฏฐาก จึงได้นำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน แพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ แต่่ไม่สามารถกู้ชีพท่านคืนมาได้ เพราะท่านมีอาการหนักมาตั้งแต่ที่วัดแล้ว

          ท่านพระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ ชินเทโว,วิทยานุกรณ์) ได้มรณะภาพเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน เวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น. ณ โรงพยาบาลกลาง กรุงเทพมหานคร สิริอายุ ๗๑ ปี พรรษา ๔๑

          ในการนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ โปรดพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพร้อมหีบเชิงชายเป็นเครื่องเกียรติยศประกอบศพ และพระราชทานเพลิงศพวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบฯ กรุงเทพมหานคร

 


 

อนุสรณ์กถา
ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวรมหาเถร)

ในหนังสือพระราชทานเพลิงศพ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ)
วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖


กราบนมัสการหลวงปู่ขาว อนาลโย พร้อมกับท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรมหาเถร)

          ในโลกมนุษย์ของเรานี้ มีผู้เกิดมาและเขาก็ต้องจากไป เพราะความตาย อันเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอนเป็นไปตาม สามัญไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีตัวตน มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นอยู่อย่างนี้หมุนเวียนกันไปไม่มีที่สิ้นสุด
บางท่านตายแล้วชื่อเสียงก็เงียบหายไป ไม่มีอะไรเหลือ ไว้ให้คนรุ่นหลังตามระลึกถึงได้เลย บางคนฝากผลงาน มี ความดี มีเกียรติคุณเหลือไว้ให้คนที่อยู่ได้เล่าขานระลึกถึง โหยหาอยากจะให้ผู้เช่นนั้นอยู่อีกนานๆ เพราะเขามีผลงาน คุณความดีให้สังคมกล่าวถึงอยู่เสมอ หรือจะกล่าวว่ามีสิ่งที่ดีงามทิ้งไว้ประดับให้โลกใบนี้มีคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และ จําแบบอย่างไว้ประจําชีวิตตน

           ได้เห็น ได้รู้จักพระครูวิมลญาณอุดม (ชิ้นเทพ ชินเทโว) ตั้งแต่ในวัยเยาว์ เหตุเพราะเป็นหลานชายของพระเดชพระคุณ พระมหารัชชมังคลาจารย์ พระอุปัชฌาย์ เป็นบุตรชายของ คุณโยมแถว วิทยานุกรณ์อดีตไวยาวัจกรวัดสัมพันธวงศ์ และ มีบ้านพักอยู่ติดกับวัด จึงวิ่งไปมาระหว่างวัดและบ้านเป็นประจํา จนจบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และรับราชการอยู่ระยะหนึ่ง กระทั่งเข้ามา บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และจําพรรษาอยู่วัดสัมพันธวงศ์ ตลอดระยะเวลาที่ดํารงเพศบรรพชิต

          พระครูวิมลญาณอุดมเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มีอัธยาศัยมัธยัสถ์ ละเอียด รอบคอบ คราว หนึ่งเคยไปอยู่อุปัฏฐากหลวงปู่แหวน สุจิณโณ และอยู่จํา พรรษาที่วัดดอยแม่ปัง จังหวัดเชียงใหม่

          โดยปกติแล้วพระครูวิมลญาณอุดมเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ระวังรักษาสุขภาพอยู่เสมอ ฉันอาหารครบตามสัดส่วนที่ ร่างกายต้องการ จนในระยะสิบปีที่ผ่านมาต้องเข้ารับการบําบัดรักษาเอวและหลังอยู่เสมอ กระทั่งประมาณกลางปีที่ ผ่านมาสุขภาพทรุดหนักเดินไม่สะดวก แต่ก็ได้รับการบําบัดจนดีขึ้นเกือบเป็นปกติ

          ในวันที่พระครูวิมลญาณอุดมจากทุกคนไปอย่างไม่มีวันกลับ เป็นวันที่ไม่มีใครคาดคิด ซึ่งก็เป็นไปตามกฎแห่งธรรมที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความตายเป็นบั้นปลายแห่งชีวิตทุกชีวิต เป็นอนิจจังทุกกาลทุกสมัยในไตรภพ ต้องจบลงเหมือนกันหมดทุกรูปนาม

          ในวาระสุดท้ายนี้ ด้วยอํานาจกุศลบุญราศีทักษิณานุปทานที่คณะสงฆ์วัดสัมพันธวงศ์ ญาติมิตรศิษยานุศิษย์ ได้ บําเพ็ญอุทิศถวายตั้งแต่ต้นจนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ ขอจงเป็นพลวปัจจัยอํานวยวิบากสุขสมบัติอิฐวิบูลมนุญผล แด่ ดวงวิญญาณพระครูวิมลญาณอุดม (ชิ้นเทพ ชินเทโว) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร ในสัมปรายภพ สมดังเจตนาปรารภทุกประการ เทอญฯ

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

 

อนุสรณ์กถา
ท่านเจ้าคุณ พระธรรมกิตติเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)

ในหนังสือพระราชทานเพลิงศพ พระครูวิมลญาณอุดม (ชินเทพ)
วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖


กราบนมัสการหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พร้อมกับพระวิบูลย์ธรรมาภรณ์ (จำนงค์ ธมฺมจารี)

          ความตายเป็นสัจธรรมความจริงแท้แน่นอน ที่เราทุกคนชายหญิงจักต้องเผชิญ จะเกลียดจะไม่ชอบ ไม่อยากพบ ไม่อยากเจอะเจอ ไม่อยากได้ยินได้ฟังว่า พ่อแม่เพื่อนคนนั้นตาย พี่น้องครอบครัวนั้นตาย ญาติของเราตาย พ่อแม่เราตาย พอ นึกใกล้เข้ามาว่า เราเองก็จะต้องตาย หรือจะต้องเผชิญ ก็จะเกิดความหวาดกลัว หวาดหวั่นพรั่นพรึง เศร้าโศกเสียใจ จิตใจหดหู แต่ก็จะต้องพบ จะหลีกลี้หนีไป ณ ที่ใด ๆ ก็หนีความตายไม่พ้น

          ฉะนั้น ถ้าจะตายให้ดีมีสุข เราต้องทําใจให้นิ่งแน่ โดยมองให้เห็นเป็นความจริงแท้ เป็นเรื่องที่ดีงาม เป็นประโยชน์ ด้วยปัญญา คือวางใจให้นิ่งไว้ว่า อย่าไปว้าวุ่นกับพญามัจจุราช ใช้บทมรณัสสติภาวนาอยู่เสมอว่า

          “ชีวิตคนเรานั้น นอกจากนั้นไม่ยืดยาวแล้ว ยังไม่มี กําหนดแน่นอน จะตายวันนี้ เดือนนี้ ปีนี้ หรือวันเดือนปี ไหน ๆ ก็ยังไม่รู้”

          ให้ใช้ปัญญากับสติพิจารณาความจริงที่ว่า ทรัพย์สิน เงินทองของชอบใจใด ๆ ทั้งโภคสมบัติ บริวารสมบัติ ยศศักดิ์ ฐานะ ใคร ๆ ที่เรารักเราชอบ หรือครอบครองเป็นเจ้าของอยู่ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ของเรา เป็นสมบัติของโลก เขาให้เรายืมใช้ เพื่อบริโภคตอนที่มีลมหายใจ มีกําลังเท่านั้น พอหมดกําลัง หมดลมหายใจแล้ว เงินทองสิ่งของทั้งหลายก็ไม่ใช่ของเรา หมดสิทธิ์ครอบครองทันที เพราะบนสวรรค์เขาไม่ใช้เงินทองกัน มีแต่บุญคือความดีที่วิเศษเหนือกว่าเงินทองเท่านั้น จะจับจ่าย ใช้สอยได้

          บุญคือความดี หรือบาปคือความชั่ว สองอย่างนี้เท่านั้นจะติดตามเราไปได้ จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนทั้งดีและชั่ว สุดแต่ใครผู้ใดจะเลือกใช้เลือกทํา

          เพราะฉะนั้น ในขณะที่มีชีวิต มีลมหายใจ มีกําลัง มี ความสุข เราท่านทั้งหลายจะต้องรีบสร้างความดีคือบุญให้มาก ทําความดีสร้างความดีแล้วนําฝากธนาคารชีวิตไว้ เพื่อจะได้นําไปใช้ในโลกหน้า โดยคิดอยู่เสมอว่า “อาหารใครทานใครอิ่ม น้ําใครอาบใครเปียก จะฝากเงินให้คนอื่นไปถ่ายรูปแทนตัว เราไม่ได้” ถ้าคิดได้อย่างนี้ ชีวิตจะมีค่า โลกนี้จะน่าอยู่ บริษัท บริวาร ญาติ เพื่อนฝูงที่เราคบค้าสมาคมกันก็เป็นสุข

          ท่านชิน ชินเทโว (พระครูวิมลญาณอุดม) ผู้เป็นที่รักเคารพของท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าคติทางไปใน ภพหน้าของท่านคงจักสุขสบาย เพราะท่านได้สร้างสมบุญ ความดี ฝากธนาคารชีวิตไว้พอเพียง จึงขออนุโมทนาเป็นการ เสริมบุญเพิ่มเติม เสมือนร่วมฝากเงินคือความดีให้กับท่านไปสู่ปรภพ หวังว่าความจริงที่กล่าวข้างต้น น่าจะเป็นสิ่งที่ถูก ต้องเป็นคุณเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง จึงขอให้ท่านทั้งหลายนําไปใช้บ้างเพื่อชีวิตนี้อยู่ก็สบาย ครั้นตายก็จะเป็นสุข

พระธรรมกิตติเมธี
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

 
 

พระครูวิมลญาณอุดม วันแสดงมุทิตากับพระมหาสำรวย นาควโร รับพัด ป.ธ.๖ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๘
 
สถิติผู้เยี่ยมชมหน้านี้ จำนวน 51 ครั้ง
ปรับปรุงข้อมูลหน้านี้ครั้งล่าสุด 11/11/18 7:41